8da943c37db0e2f36607a862321d9d4e.ppt
- Количество слайдов: 106
แนวคด และเครองมอการจ ดการความร วล ลา ตนตโยทย 23 -24 มกราคม 2553
Before Action Review : BAR แนะนำชอตนเองดวยคำ ¢ คาดหวงอะไรจากการมาประช ¢ เตรยมตวมาอยางไรบาง ¢
กอนภเขานำแขง -Knowle ความรแจงชด ความรฝงลก (
ความรแจงช ด Explicit Knowledge วชาการ หลกวชา ความรฝงลก Tacit Knowledge ภมปญญา เคลดวชา £ปฏบต £ทฤษฎ (Theory) (Practice) ปรยต ประสบการณ £มาจากการสงเคร £มาจากวจารณญา าะห วจย ณ ประพนธ ผาสข ยด £ £ , 2
วงจร SECI ของ No ปนและสรางความร cit จากความร tacit ของผทสอสาร ระหวางกน Ta cit วามรทเรยนรมา ปปฏบต ปรบใช ในการทำงาน จนเกด กษะและความชำนาญ ความรทง Taci t Socializ ation Externaliza tion แปลงความร tacit ออกมาเปน ลายลกษณอ กษร ion Expli Internaliza Combinatcit Expli cit รวบรวมความร explici จากแหลงตางๆ มาสราง เปนความร explicit ให 2 ประเภทสามารถเปลยนสถานะระ
ตความ KM การจดการความรคออะไร
สำหรบนกปฏบต การจดการความรคอเครองมอเพอกา เปาหมายอยางนอย 4 ประการไปพ บรรลเปาหมายของงาน ¢ บรรลเปาหมายการพฒนาคน ¢ บรรลเปาหมายการพฒนาองคกรไป เปนองคกรเรยนร ¢ บรรลความเปนชมชน เปนหมคณ ¢ วจารณ พานช
การจดการความรไมใชส งตอน 1. ไมใชเปาหมายในตวของมนเอง 2. ไมใชสตรสำเรจเพอการบรรลผลในเร องใดเรองหนง 3. ไมมวธการทเปนสตรสำเรจตายตว 4. ไมใชการนำความรมาจดระบบ หรอทเรยกวานำมาทำ package เพอใหเหมาะตอผเอาความรไปใช ประโยชน 5. ไมใชการดำเนนการ “ถอดความร ” จากกจกรรมการพฒนา วจารณ พานช ,
วใจของการจดการความร (K ารสรางและประยกตใชความร เปนวงจรไมรจบ ” วจารณ พานช , ตลาคม 25
การจดการความรและการว วจารณ พานช “สองหนาของเหรยญเดยวกน งกเปนเครองมอสรางความร ตใชฐานคดและวธการคนละแบบ
การจดการความร ทสราง £ วธการ สราง ความร £ £ เปาหมาย £ คนสราง เนนความรสำหร บนำไปใชงานโดย ตรง ผานการปฏบตงา นประจำ กระบวนการ ลปรร. และ การทดลองปฏบต เปนวงจร เนนการพฒนางาน คน องคกร คนหนางาน การวจย ความรเชงทฤษ ฎ หลกการ ผานระเบยบวธ วจย ทมรปแบบเช อถอได มกมจดเรมต นและมจดจบ เนนตวความร นกวจย วจารณ พานช
ารจดการความรแตละประเภท มวธการทไมเหมอนกน
แบบจำลองวงจรการจดการคว 2549 ามร ไมรจบ 7 1 เขาถง ตความ สราง / ยกระดบ ความรแจงชด ความรฝงลก 6 4 2 Explicit เรยนร Tacit รวบรวม/ Knowledgeนำไปปรบใช Knowledge รวมกน จดเกบ 3 เรยนร ยกระดบ เนน Tool & T 2 Technology 5 มใจ /แบงปน เนน 2 People & Process P
)ดร โมเดลปลาท. ประพนธ ผาสข ยด ( 2547 Knowledge Sharing (KS) Knowledge Vision (KV) Knowledge Assets (KA) 3 สวนหลกของการจดการความ
วสยทศนความร Knowledge Vision : KV ความรเพอการบรรลเปาหมายหลกของอ ¢ ใชเปนเขมทศในการจดการความร ¢ เรยงรอยถอยคำใหกนใจและเขาใจไดงา ¢ สอสารใหเปนทรบรและซาบซง จนเกดเปนความเชอและคานยมรวม ¢ มความชดเจนในระดบทเหมาะสม ¢
ตวอยางวสยทศนความร เครอขายจดการความรโรงพยาบาลภาคเหน การทมคณภาพสงสด และผานกา โดยสถาบนพฒนาและรบรองคณภาพโรงพยาบ กรมอนามย มความรความสามารถในการเอออำนวย นอนดำเนนการสงเสรมสขภาพแกประชาชน
โมเดลปลาท 2547 “คณอำนวย ” “คณกจ ” KV KS KA “คณเออ ” “คณกจ ” “คณลขต ” คนทเกยวของ
“คณเออ (ระบบ)” คอผบรหารระดบสงขององคกร ท ของการจดการความรขององคกร ใหก ระดบนโยบาย ทำใหเกดบรรยากาศของกา รวมใจ รวมเรยนร
“คณอำนวย ” เปนผทสงเสรมใหเกดการ ตอการ ลปรร. ทงในเชงกจกรรม เชงวฒนธรรม และทำหนาทเปน ผคนหรอหนวยงานเขาหากน “คณกจ ” เปนผทขลกอยกบเนองานโดยตรง เปนผดำเนนการจดการความรตวจรง ลปร เชง “
“คณลขต ” เปนผททำหนาทจดบนทกในกจกรรมจดการ “คณประสาน ” เปนผททำหนาทประสานงานเครอขายจดกา ระหวางองคกร หรอระหวางหนวยงาน “คณวศาสตร ” เปนผทออกแบบและจดดำเนนการระบบ แกการจดการความรขององคกร หรอ
KM Components คน-People กระบวนการ-Process (with en เนอหา -Content IT-Information Technolo วจารณ พานช , 12 มถนายน 2550
จดการความรเปนสงทเขาใจยาก ากพยายามเขาใจโดยการอานหนงสอ บรรยาย จะไมมทางเขาใจอยางแทจ ตหากปฏบต จะเขาใจไดโดยงาย “KM ไมทำไมร วจารณ พานช , ตลาคม 2550 ”
ครองมอทใชในการจดการความร Deep listening: การฟงอยางลกซง ¢ Storytelling: การเลาเรอง ¢ Dialogue: สนทรย สนทนา ¢ Appreciative inquiry ¢ Action review cycle: BAR, AAR ¢ เครองมอชดธารปญญา ¢ etc. ¢
นทานหงหอย
1 การฟงอยางลกซง (Deep งตงใจ อยางลกซง ฟงใหไดไมเ แตไดเหนตวตน เหนมตเชงจตวญญา ของผพด. . . . วจารณ พานช , 2
“ฟง ” ไมใช แค “ไดยน ผฟง ” มองผเลาดวยแววตาทแสดงความสนใจ ¢ ฟงอยางตงใจ มงความสนใจดวยจตใ ¢ เปดใจรบ ปลอยวางความคดขดแยง ¢ “เปดห เปดตา เปดใจ ใชภา
การฟง (ตอ ( เอาใจใสตอขอเทจจรง ความคด โดยไมตดสน (ไมมถก ไมมผด ¢ ตงคำถามเชงบวก ¢ หลกเลยงสงททำใหผเลาเกดความรสก ความสนใจเชน คยโทรศพท คยก ลกเขา -ลกออก ฯลฯ ¢
2 การเลาเรอง เปนการเลาสงทเกดขนจรงในประเดนทไดเ ) หวปลา ( ¢ ถาเปนความสำเรจตองเลาใหละเอยดวาเปน จงทำใหไดรบผลสำเรจ ¢ ถาเปนปญหากตองบอกดวยวาในทายทสด กาวขามปญหาไปไดอยางไร ¢ ประพนธ ผาสข ยด
ปรร. “ความรฝงลก ” ตองใชเรองเลา . . . ความรฝงลก เปนความรประเภททตอ )context) ไมใชอยลอยๆ (หรอถก g การใชเรองเลาจะทำใหผฟงไดรายละเอยดต พรอมเทคนคทใช ทำใหไดทราบวาใน ทเกยวของเปนอยางไร. . ประพนธ ผาสข ยด http: //gotoknow. org/blog/beyondkm/26
บรรยากาศ สบายๆใหความรสกเปนกนเอง ไมเครงเครยด ผอนคลาย สงบ กรณาปดเสยงโทรศพทมอถอ
ลาเรอง มความเอออาทรตอกลมผฟง ¢ มจตใจพรอมจะให ¢ คดทบทวนเรองราวทจะเลามาเปนอ ¢ พดออกมาจากใจ (ไมใชออกมาจา ¢
ลาเรอง เลาเรองความสำเรจหรอความประทบ เปนความสำเรจเลกๆ เรองใดเรอ จากงานททำอย ¢ เลาสนๆ ตามความเปนจรง ไมต ¢ เลาวาความสำเรจคออะไร เกด ทำอยางไร ทำไมจงทำเชนนน ) เลาแบบยอนศร ( ¢
องแยๆ เรองดๆ ทยงแกไมได ทประทบใจ
กบขาวเมนไข เทคนคการทำงาน
http: //gotoknow. org/blog/dmbuddhachin/224292 Blog name Bloggers
สญลกษณทซองยา รพ. รามน จ. ยะลา
3 ทรย สนทนา (Dialogue) การพดคยททำใหเกดความสข การพดคยทไมตดสน การฟงกนและกนอยางลกซง ใหความเคารพ ¢ ฟงใหไดยน ฟงอ ¢ ไมตดสนคน / ความ ¢ พดจากเสยงของตวเอ แขวนความคดไวกอน ¢
สนทรย สนทนาประกอบดวย การพดออก พดจากความรสก จากประสบการณตร อยางลกซง ฟงอยางไมตดสนถก )ไมวาจะโดยวาจาหรอการคด ) แตฟงไ โดยยงไมตดสน วจารณ พานช
4 Appreciative Inquiry การตงคำถาม เพอกระตนพลงดานบวก Destination ¢ Design ¢ Dream ¢ Discovery ¢
After Action Review : AAR ¢ ความคาดหวง ¢ สงทไดเกนกวาความคาดหวง สงทไดนอยกวาความคาดหวง ¢ จะนำอะไรไปใช / ปรบใช ¢
คำถาม หวปลาใหญ หวปลายอย
ตวอยางกจกรรม
Action Review Cycle BAR Plan Action AAR Learn before-Learn during
เขยนชอเลน ความคาดหวง วาดรป ทสอ แทนตวเอง การเตรยมตว BAR Before Action Review
เขยนชอเลน วาดรปทสอ แทนตวเอง ความคาดหวง เขาเปนใคร การเตรยมตว เปนคน อยางไร BAR Before Action Review
กจกรรมกระจก
กจกรรมกระจก 1. จบคกน สมมตเปน “คณหน 2. นงหนหนาเขาหากน (เขาช “ คณหนง ” เลาเรองราวในวยเ ประทบใจให “คณสอง ” ฟง “ อยางตงใจไมแทรกแซง
กจกรรมกระจก 3. “คณสอง ” เลาเรองทไดฟงทงหมด โดยไมตองตความ 4. สลบให “คณสอง ” เลาเรองราวว ตนเองให “คณหนง ” ฟงและ
4 เครองมอชดธารปญญา ตารางแหงอสรภาพ ¢ แผนภมแมนำ (River diagr ¢ แผนภมขนบนได /บนไดแหง เรยนร (Stair/ Ladder diagra ¢ ขมความร (Knowledge asset ¢ พนทประเทองปญญา ¢
1 ตลาดนดความร Knowledge Market
เรยนร KM วนท 2 -3 กมภาพน
ความรเปนเครองมออยางหนง องการรวมตวกนเปนเครอขาย หลกการคอ าแลกเปลยน สนคาในทนคอ รเพอการปฏบตทเปนเลศ ระหวางก
ตทเปนเลศหรอ Best prac กระบวนการหรอวธการทำงาน วไดผลด (ใชการไดและเกดผล actice ไมจำเปนตองเปนเรองใหญ เปนความสำเรจเลกๆ นอยๆ ใดเรองหนงในการทำงานกได
แผนทตลาดนดความร ธารปญญา + ไดแหงการ ลปรร. ตาราง หงอสรภาพ แกนความร ขมความร จากเรองเลา + 1 2 3 4 5
การแลกเปลยนเรยนรในตลาดนดเนน ความรจากการปฏบต ชความรจากตำราหรอทฤษฎ และ ความสำเรจ ไมเนนแกปญหา การอภปรายถกเถยง (Discus หรอการประชมระดมสมอง
แลกเปลยนเรยนรในกลมยอย คณลขต คณกจ คณอำนวย “คณอำนา
รตความจากเรองเลา. . . ผลดกนตความทละคน ทอยในความสำเรจนน เพอหาวาม และอยใน . . . เนนการถอดประเดนจากเรองเลาใหอยใน ความรเชงปฏบต . . . หลกเลยงการใชหลกการเชงแนวคด การตงประเดนจากเรองเลา
ามร (Knowledge Assets) เกรดความรเลกๆ นอยๆ “เคลดวชา ” ไมใช “หลกวชา ” เทคนคเฉพาะตวทใชแลวไดผล กลเมด แหลงขอม ประเดน /หลกการ เรองเลา • • • “เรากำหน ดตารางเวลา “ …” “ • “ “ • &คำพด ล/บคคล โทร. . .
ประเดน / หลกการ ประเดนหร อหลกการ เรองเลา คำพด เรองเลาหรอคำพ ดทเราใจ ทสามารถนำไปผกก บประเดนในสวนแรกไ ด ทำใหประเดนมความ ชดเจน มองเหนสวนทเปน บรบท แหลงข อมล / บคคล สวนท ใหรายละ เอยดเพ มเตม
ขมความร สอนย “การปฏบต ” ¢ เขยนเปนประโยค สำนวน หรอวล ¢ กระชบ ไมสนไมยาวเกนไป ¢ หลกเลยงคำทเคยอานเจอในตำรา ¢ หลกเลยงการใชถอยคำทมความหมาย เชน การทำงานเปนทม การมสวน การบร ณาการ Empower ฯลฯ ¢
ประเดน / หลกการ # ใชขาวว ทยตอนเช าบอกเวลาก นยา # ทำสญลก ษณงายๆ เรองเลา “กนยาเวลาขาว ” ชาวบานไมมนาฬกา กใหเปดวทยฟงข าวตอนเชา พอขาวมากกนยา ขาวจบกกนขาวเชา ไดพอด “สญลกษณงายๆ กใชได ” ชาวมสลมอานหนงส แหลงข อมล คณ. . . .
ประเดน /หล เรองเลา แหลงข กการ อมล # คณ. . . . “ทฤษฎไมถนด อานหนงส ปฏบตผาน ฉลย ”. . . . อ. . เรยนทฤษฎสต สอบได D # ไมผานตองสอบซอม บอกตวเองเ ตอนออกฝกเลยพยายามอ สมอวา ยางเตมท. . . เอาตำ “ทำได ” ราใสเปไปดวยหลายเล ม. . . # จด. . . . พกกนขาวแบบเรวม าก
แผงยาตวอยาง รพ. วารนชำราบ
แผงยาแยกมอ รพ. บาน
ดหมวดหม สงเคราะหขมความรเปนแกนความร
ดหมวดหม สงเคราะหขมความรเปนแกนความร
ตารางแหงอสรภาพ ตารางแสดงระดบของ “ขดความสาม เพอบรรลเปาหมายทพงประสงค ¢ สำหรบใหกลมประเมนตนเองเพอการ ¢ กำหนดเกณฑของแตละระดบกนเอง ความรทง Explicit & Tacit ¢ เกณฑทตงขนน สามารถ ¢
AIDS Compe
เกณฑระดบความสามารถ /ความ 1 Bas ic 2 3 4 5 High
ตวอยาง – Self-assessment of AIDS Competence # Linking care with prevention 1 = 2 = 3 = 4 = 5 We have the basic knowledge for prevention and care We understand the link between care and prevention Some of our actions link care with prevention As a community we systematically link care and prevention activities Care strengthens our relations and
ฉะเชงเทรา 19 -20 ม แกนความร / ขดความสามารถหลก 1. การใหบรการโดยยดผ ปวยเปนศนยกลาง 2. การทำงานเปนทม 3. การตดตามดแลอยางตอเ นอง 4. การใชประโยชนจากกลม และชมชน 5. การสนบสนนการดแลตนเ อง 6. การใหครอบครวมสวนร วมในการดแล ระด บ 1 ระด บ 2 ระดบ 3 ระด บ 4 ระด บ 5
ระเมนตนเองตามตารางแหงอสรภาพ
ระเมนตนเองตามตารางแหงอสรภาพ
ฉะเชงเทรา 19 -20 ม แกนความร / ขดความสามารถหลก 1. การใหบรการโดยยดผ ปวยเปนศนยกลาง 2. การทำงานเปนทม 3. การตดตามดแลอยางตอเ นอง 4. การใชประโยชนจากกลม และชมชน 5. การสนบสนนการดแลตนเ อง 6. การใหครอบครวมสวนร วมในการดแล ระด บ 1 ระด บ 2 ระดบ 3 Current ระด บ 4 ระด บ 5 Target Current Target Current Target
แผนภมแมนำ /ธาร ปญญา (River Diagram) แสดงการกระจายของ บขดความสามารถหลกของเครอขาย ชแนวทางการ ลปรร.
ตลาดนดความร DM-HT ระยอง 2
ตลาดนดความร DM-HT ระยอง 2
บนไดแหงการแลกเปลย นเรยนร (Stair diagram) มอสำหรบ “พอสอ แมช
ตลาดนดความร DM-HT ระยอง 2
บค (ทม ) แลกเปลยนเรยนร ตลาดนดความร DM-HT ภาคใต
พนทประเทองปญญา “พนทประเทองปญญา ม 2 ประเภท ” หรอพน พนทจรง คอการประชมพบปะแล แบบพบตว พบหนาซงกนและกน ¢ พนทเสมอน เปนการตดตอสอสาร สารสนเทศและการสอสาร ¢ วจารณ พานช ,
2 Community แนวปฏบต of Practice, Co. P /ชมชนนกปฏบต กลมแลกเปลยนเรยนร ความรปฏบตหรอ ประสบการณในทำงาน ดานใดดานหนง หลกใหญของการเปนชมชนกคอเรอง ยดโยงคนทงหลายไวดวยกน ประพนธ ผาสข ยด ,
3 นชวยเพอน Peer As “Learn before/ เรยนล
หลกคด “เพอนชวยเพอ . . มคนอนทเขาทำไดดอยแลวในเรองทเราอ หรอปรบปรง ไมควรเสยเวลาคดขนใหม ควร “เรยนลด ” โดยเอาอยางจากผททำด ปรบใชกบงานของเรา แลวพฒนาใหดย วจารณ พานช , 12/08/2005, http: //gotoknow. org/blog/thaikm
ตลาดนดครงท 1 วนท 30 เมษา
ตลาดนดครงท 1 วนท 30 เมษา
จบคแลกเปลยนเรยนร
Peer assist รพ. เทพธารนทร ทมเยอน Facilitator ทมเหยา –ร
กจกรรม แนะนำตว ทำความคนเคย สรางบรรยากาศเปนกนเอง ใหขอมล แลกเปลยน ซ ดของจรง สาธต ทดลองทำ AFTER ACTION REVIE อานเพมเตมท http: //www. nelh. nhs. uk/knowledge_manag
นม ตอยอดความรจาก “เพอนชวยเพอ 21 ต. ค. 2548 25 ต. ค. 2548 30 ต. ค. 2548
Podoscope ซอจากตางประเทศ ใช Podoscope ในรปแบ Podoscope ทำเอง
คลนกสขภาพเทาใน ทำงานไดในทกท รพ. เอกชน การดแลสขภาพเทา
ประเมนเทา ณ ศาลาวด อ. ธาตพนม
ตรวจเทา อ. ธาตพนม
4 Weblog: KS Platform http: //gotoknow. org : ดร. จนทวรรณ และ ดร. ธวชชย มหาวทยาลยสงขลานครนทร ปย
บลอก (Blog or Weblog) คออะไร เวบไซดสำหรบเขยนบนทกเล าเรองราวประจำวน เพอสอสารความรสกนกคด มมมอง ประสบการณ ความร และขาวสาร £สวนใหญการเขยนอยในลกษณ ะของบคคลทหนง และ มอสระทางความคด จนทวรรณ นอยวน , £
บลอกคออะไร เรยงไลลำดบยอนหลงตามวนเ วลาการเขยนไปเรอยๆ £มกจะมการลงคในเนอหา หรอรวมลงคตางๆ ไว £แยกแยะเปนกลมๆ ตามหวขอหลกๆ ทผเขยนสรางขน £มการเสนอความคดเหนตางๆ จนทวรรณ นอยวน , £
http: //gotoknow. org/blog/thaikm ชอบ ลอก เจาของบ ลอก
ชอบ นทก
ธาตพนมขอนแกน พทธชนราช ระยอง ไหงโก-ลก ส ชมชนเบาหวาน
http: //gotoknow. org/planet/dmcom ชอช มชน
รวบรวมเรองราวดๆ ของหลา
8da943c37db0e2f36607a862321d9d4e.ppt