c3e8110d8e60009b9299d9b14d58cc5b.ppt
- Количество слайдов: 33
หนา 2 สารบญ หนา - บทนำ - สาเหตท SCG นำแนวความคดเรองการจดการความรมาใชในอ งคกร - SCG มวธการนำระบบการจดการความรไปใชในองค กรอยางไรบาง - เครอซ เมนต ไทย องคกรแหงนวตกรรมและการเรยนร - แนวทางการบรหารการเปลยนแปลงเพอนำไปสก ารจดการความรของสำนกงาน การบคคลกลาง SCG - Transition & Behavior - Communication - Process & Tools - Training & Learning - Recognition & Rewards - Measurement กจกรรมตางๆ ในการจดการความรของสำนกงานการบคคลกลาง SCG - แตงตงคณะทำงานดานการจดการความร - จดสถานททำงานใหมบรรยากาศทเอออำนว ยตอการแลกเปลยนเรยนร - กจกรรม การสำรวจตวเอง - กจกรรม Knowledge Mapping - กจกรรม ISO 9001 : 2008 - กจกรรมจดระบบงานใหสอดรบกบแผนกลยทธหล 3 4 4 5 7 8 9 10 11 11 12 14 15 16 17 18 20 21 22 23 24 24 25 30 32
หนา 3 บทนำ เครอซ เมนต ไทย หรอ SCG เปนองคกรทมประวตศาสตรยาวนานเกอบศตวรรษ เราไดนำเครองจกรและรบการถายทอดเทคโนโลยการผล ตมากจากบรษทชนนำในตางประเทศ ประกอบกบการท SCG ไดดำเนนกจการรวมคากบผนำในตลาดสนคาหลาย ประเภทจงทำใหพนกงาน SCG ซมซบเอาความรทางเทคโนโลยการผลตและการตลาดจากค คา มาสงสมไวบวกกบประสบการณและความสามารถของวศวกร SCG ทนำเทคโนโลยดงกลาวมาประยกตใหเหมาะสมกบบร บทของตลาดในประเทศไทย แตเปนทนาเสยดายทองคความรเหลานนกำล งจะสญหายไปพรอมๆ กบพนกงาน SCG ทจากไปรนแลวรนเลา เนองจากระบบการบรหารงานของ SCG เปนรปแบบ Decentralization ดงนน การรบรขาวสารของพนกงานกด การเลอกใชเครองมอการบรหารตางๆ กด จงมความแตกตางกนออกไปในแตละธรกจ ซงรวมถงวธการและขนตอนการนำระบบ Knowledge Management มาใชดวย แตบนความแตกตางนนยงมจดเชอมโยงความสมพนธ ในแตละธรกจ กลาวคอมการแตงตงคณะทำงานดาน KM ขนใน SCG ซงประกอบดวยพนกงานระดบผชวยผจดการใหญเป นประธาน โดยทสมาชกมาจากตวแทนผปฏบตงานดาน KM ของแตละธรกจ โดยคณะทำงานนจะทำหนาทกำหนดนโยบายตางๆ ดาน KM ของเครอฯ และจดกจกรรมหลกทพนกงาน SCG
หนา 4 การจดการความรของเครอซ เมนต ไทย KM in SCG สาเหตทเครอซ เมนต ไทยนำแนวความคดเรองการจดการคว ามรมาใชในองคกร เครอซ เมนต ไทยมวสยทศนในเรองการสรางนวตกรร มโดยมงเนนใหพนกงานใชศกยภาพทมอย สรรคสราง High Value of Products and Services และเรองการเปนผนำทางธรกจในภมภาคอาเซยน ดงนนเพอเปนการเตรยมความพรอมดานทรพยากรบค คลไวสนบสนนกลยทธดงกลาว เครอซ เมนต ไทยจงนำแนวความคดเรองการจดการความร มาใช โดยมจดมงหมายเพอเพมศกยภาพของพนกงานใหสาม ารถสรางนวตกรรม และเตรยมความพรอมทจะกาวไปสความเปนผนำทางธ รกจอยางยงยนในภมภาคอาเซยน เครอซ เมนต ไทยมวธการนำระบบการจดการความรไปใชใน องคกรอยางไรบาง เครอซ เมนต ไทยแบงธรกจกออกเปน 5 ธรกจ กบ หนวยงานส วงกลาง โดยมตวแทนจากแตละธรกจและหนวยงานสวนกลางมาเปน คณะทำงานจดการความรเครอซ เมนต ไทย เพอกำหนดนโยบายตางๆ และรวมมอเพอศกษาหาเทคโนโลยทเหมาะสมมาใชเปนเ ครองมอเพอการจดการเรยนร แตการดำเนนงานจดการความรในระดบหนวยงาน แตละธรกจจะเปนผดำเนนการเองทงหมด สำหรบหนวยงานสวนกลางไดจดตงหนวยงานขนเพ อสนบสนนและดำเนนกจกรรมเพอการจดการความรส
หนา 5 เครอซ เมนต ไทย องคกรแหงนวตกรรมและการเรยนร SCG หรอเครอซ เมนต ไทย เปนองคกรหนงทมงสการเปนองคกรแหงการเรยนร (Learning Organization) ตามคำนยามของนกวชาการ เชน Peter Senge (1990) ระบวาองคกรใดจะเปนองคกรแหงการเรยนรได บคลากรในองคกรนนจะตองมคณลกษณะทสำคญ ไดแก - คดอยางเปนระบบ คดรอบดานอยางมกลยทธ ซงตรงกบ Competency ของ SCG คอ Strategic Perspective มใจใฝเรยนร ซงตรงกบ Competency ทวา Personal Mastery และ Eager to Learn รจกพฒนากรอบความคดของตนเอง ไมยดตด พรอมรบการเปลยนแปลง ซงตรงกบ Competency ขอ Adaptability มวสยทศนแหงอนาคตรวมกน ซงจะไมทำใหคนในองคกรเดนหลงทศทาง ซงตรงกบ Competency Achievement Oriented มการเรยนรรวมกนเปนทม ซงตรงกบ Competency ทวา Team Leadership ของ SCG David Garvin (1993) ไดนยามวา องคกรแหงการเรยนรเปนองคกรทมความสามารถในการ พฒนาหรอแสวงหาความรใหมๆ และถายโอนความรนนไปสพนกงาน ทจะสามารถนำไปใชประโยชน ตอธรกจขององคกร ซงหมายความวาองคกรจะตองม Innovation ทนำไปสการเปลยนแปลงและสามารถ
หนา 6 คนกลา 5 ประการของ Inno People มดงน กลาเปดใจรบฟง (Open Minded) กลาคดนอกกรอบ (Thinking out of the Box) กลาพดกลาทำ (Assertive) กลาเสยงกลาทาทาย (Risk Taking) กลาเรยน ใฝร (Eager to Learn) นอกจากน SCG ยงไดกำหนดคณสมบตของผนำ Inno Leader ไวอก 3 ประการ ดงน - ผนำการเปลยนแปลง - ผสนบสนนการเปลยนแปลง - ผบรหารการเปลยนแปลงดวยการเปนแบบอยาง หรอ
หนา 7 แนวทางการจดการความรของสำนกงานการบคคลกลาง (น. บค(. วตถประสงค พฒนาระดบความรความสามารถและทกษะการทำงาน ในภารกจทรบผดชอบของพนกงาน ในสำนกงานการบคคลกลาง เพอเพมประสทธภาพในการทำงานโดยการนำความรทมอย Objective พฒนาระดบความรความสามารถและทกษะการทำงานในหนาทรบผดชอบของพนกงาน ในหนวยงานหรอในแตละบคคลมาใชซำหรอนำมาต อยอดพฒนาเปนความรใหมขององคกร . 1แตงตงคณะทำงานดานการจดการความรของสำนกงานการบคคลกล . 2บรหารการเปลยนแปลงเพอสรางวฒนธรรมองคกรใหกาวไปสองคกร . 3ชชดใหไดวาอะไรคอความรทสำคญของ ทงนเพอใหบรรลตามนโยบายคณภาพของ น. บค. และย . 4สรางหรอแสวงหาความรแลวรวบรวม จดเกบอยางเปนระบบใน ทวา “มงมนสความเปนเลศในการพฒนา . 5สรางชองทางเพอใหเกดการแบงปนและแลกเปลยนเรยนรระหวางพน . 6การเรยนรของพนกงาน และการนำความรทไดรบไปใชใหเกดปร คณภาพบคลากร . 7จดสถานททำงานใหมบรรยากาศทเอออำนวยตอการแลกเปลยนเรยน และระบบบรหารงานบคคลอยางตอเนอง KM Process 8. จดทำ “ระบบพเลยง ” (Mentoring System) and ใหสอดคลองกบกลยทธทาง . 9จดทำ “ระบบทปรกษา ” (Expert System) สำหรบใหคำปรกษาหรอต Activities 10. จดทำโครงการ และความพงพอใจของลกคา ” ธรกจ “ถายทอดความรและประสบการณจากพนกงานทใ 11. จดทำกจกรรม “ทบทวนการกระทำหลงเสรจสนภารกจ ” )Aft . 12จดทมงานใหบรการ “บนทกและจดเกบความร ” ดวยมลต 13. ขอการรบรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2008 กรอบแนวคด 14. ทำใหเกดเปนวงจรการเรยนร อยางตอเนองไมรจบ 15 นำเทคโนโลยสารสนเทศมาใชในการสรางเครองมอดาน E-Lea . 1 Knowledge Database on Web Server with Streaming Technology 2. KM Web Portal & Web Applications : KM Tools - Wiki / Blog / Webboard / Chat Room / e-Co. P / e-Classroom - Search Engine . 3 Knowledge Capturing Tools : - Acu. Learn / Snag. IT / Camtasia / MS-Producer / E-Maggazine 4. Knowledge Management Tools : Infrastructure - Story Telling / Show & Share - Book Briefing - Knowledge Mapping - Community of Practices (Co. P) . 1 SCG Intranet 2. MS-Share. Point 3. E-Mail
หนา 8 บรหารการเปลยนแปลงพฤตกรรมเพอสรางวฒนธร รมองคกรใหเปนองคกรแหงการเรยนร. 1 ปรบวฒนธรรมขององคกร ใหสอดรบกบการไปสสงคมแหงการเรยนร เชน กำหนดใหพนกงานม ความใฝร (Eager to Learn) เปน Core Competency ของพนกงาน SCG ทกคน 2. ผบรหารตองเปนตวอยางหรอ Role Model ทด ในการเปน Change Agent ใหพนกงานเกดการเปลยน แปลงไปสเปาหมายทวางไว 3. สรางบรรยากาศในการทำงานทเออประโยชนตอกา รรวมมอและแบงปนความร 4. สนบสนนใหเกดกจกรรมกลมยอยๆ ทสมาชกทมความสนใจในเรองเดยวกนมารวมตวกนอย างเปน ทางการหรอไมเปนทางการ โดยมจดประสงคเพอศกษาปญหาและแลกเปลยนเรยนรซ งกนและกน เพอเปนชองทางใหความรภายในองคกรเกดการไ หลเวยน บรรยากาศทเออ อำนวย สำหรบการแลกเปล ยน ผบรหารต อง เปน Role Model
หนา 9 Communication สอสารใหพนกงานไดรบรถงประโยชนและว ธการดำเนนกจกรรม KM ผานทางสอตางๆ เชน 1. อเมล / เวบไซต 2. โปสเตอร / ปายไฟวง / ปายผา (Banner). 3 แผนพบ (Leaflet) /โบรชว (Brochour) . 4 ปายตงโตะทโรงอาหาร 5. นตยสารและสงพมพตางๆ ภายในSCG . 6 SCG TV / ถายทอดสดผานอนทราเนต ตวอยางสอชนดตางๆ
หนา 10 Process & Tools วางขนตอนการดำเนนกจกรรมและสรางเครองมอเพอเ อออำนวยตอกจกรรมตางๆ 1. สรางโอกาสและชองทางเพอใหเกดการแบงปนแลกเปล ยนเรยนรในหลายๆ รปแบบ เชน มการดงานเพอแลกเปลยนความคดเหนระหว างบคคล หนวยงาน และองคกร ใชวธแลกเปลยนวธปฏบตงานทดกวา (Better Practices) ระหวางบคคล หนวยงานและองคกร โดยจดเปน Forum และมการบนทกความรเกบไว แลกเปลยนการใชทรพยากรและเทคโนโลย ระหวางบคคล หนวยงาน และ สถาบนฯ 2. ดำเนนการจดหาเครองมอ Software หรอเทคโนโลยสารสนเทศททนสมยและเหมาะสม
หนา 11 Training and Learning . 1 จดอบรมใหความรเกยวกบการจดการความรใหกบพ นกงาน เพอใหเขาใจความหมายและเลงเหนถง ประโยชนในการจดการความร ตลอดจนวธการเขารวมในกจกรรมตางๆ ของการจดการความร 2. แนะนำวธการตดตามขาวสารและแหลงความรตางๆ ทมอยใน SCG ใหพนกงานทราบ 3. สอนใหพนกงานทราบถงวธการใชเครองมอการสบคน (Search Engine) เพอคนหาความรตางๆ ท ตองการ 4. แนะนำวธการใชเครองมอในการแลกเปลยนเรยนร เชน การสราง Blog การใช Chat Room การ Upload หรอ Download ไฟลเอกสารทตองการแลกเปลยน การเขามสวนรวมในชมชนนกปฏบต หรอ Community of Practice (Co. P) วธการดำเนนการ 1. เรองการจดอบรมใหความรเกยวกบ KM และแนะนำวธการใชเครองมอตางๆ ใชวธการแทรกเปน หวขอบรรยายในหลกสตรตางๆ เชน หลกสตร BCD Recognition & Rewards ใน Module การบรหารทรพยากรบคคล หลกสตรปฐมนเทศพนกงานใหม เปนตน ในระยะยาวการใหแรงจงใจในรปแบบสงของหรอเงนรางวล 2. ใหความรเกยวกบการใชเครองมอตางๆ ดจะไมมความจำเปน เนองจากพนกงาน โดยจดทำเปนระบบสอนวธใชงานบนเวบ เชน สอนการ มความเขาใจในคณประโยชนทไดรบจากการจดการความร สรางและตกแตง Blog บน Blog เปนตน ในสงคมแหงการเรยนร การใหความร 3. กบผอนจะไดรบการยอมรบและยกยองชมเชย จดบรรยายใหความรแกพนกงานทหนวยงานของพนกง ซงผใหเกดความภาคภมใจในความเปนผใหมากกวาร าน เชน กลมพนกงานททำโครงการรวมกน างวลอนใด ตวอยางเชน กลมพนกงานในโครงการ Inno Facilitator รนท 1 -3 กลมพนกงานททำโครงการ
หนา 12 Measurement . 1 การวดการเปลยนแปลงพฤตกรรมของพนกงาน โดยการเฝาดการเปลยนแปลงจากสงเกตพฤตกรรมการมส วนรวมกจกรรม จากการสอบถาม อยางเปนทางการโดยใชแบบสอบถาม หรออยางไมเปนทางการโดยการพดคยกบพนกงาน. 2 การวดประสทธภาพของสอตางๆ โดยดจากปฏกรยาการรบรขอมลขาวสารของพนกงา นทมการสอสารออกไปใหพนกงานทราบ. 3 การวดกระบวนการหรอผลสำเรจจากการดำเนนกจกรรม KM วดการมสวนรวมในกจกรรมตางๆ ของกลมเปาหมาย เชน • Number of Members • Number of Contributors • Frequency of Login , Dwell Time (Duration time of using) • Frequency of Update , Download • No of Members to No of Contributors Ratio วดปรมาณ , คณภาพของเนอหาหรอประโยชนทไดรบ Survey) • • • (โดยการทำ Number of Topic of Contents or Anecdotes User rating of contribution value Number of Problems Solved Time spent gathering information Time spent analyzing information วดผลสำเรจของการทำ KM • Number of action plans to achieved . 4 การวดความรและความเขาใจของพนกงานเกยวกบ KM เชน ความหมาย ประโยชน วธการดำเนนกจกรรม หรอวธการใชเครองมอตางๆ เพอเขาถงความร ทพนกงานตองการ
หนา 13 ภาพแสดงตวอยา งรายงาน Utilization ของระบบ
หนา 14 กจกรรม แตงตงคณะทำงานดานการจดการความร วตถประสงค เพอนำนโยบายดานการจดการความรจากผบรหารไ ปดำเนนการใหสมฤทธผล วธดำเนนการ 1. ออกคำสงใหหวหนาหนวยงานในสำนกงานการบคค ลกลางทกทานเปนคณะทำงาน โดยตำแหนง และแตงตงพนกงานอนๆ สมทบตามความเหมาะสม โดยมผอำนวยการ สำนกงานการบคคลกลางเปนหวหนาคณะทำงาน 2. คณะทำงานจดทำแผนการทำงานระยะปานกลาง 2 -5 ป และแผนปฏบตการ 1 ป 3. แตงตงผททำหนาทบนทกความร (Knowledge Capturing) เพอปฏบตหนาทบนทกและ จดเกบความร แตงตงผททำหนาทดแลฐานขอมลความร และใหบรการคนหาความรแกพนกงาน ผาน Web Portal คณะทำงานประชมเพอชชดใหไดวาอะไรคอความ รทสำคญของหนวยงาน ความรนน อยทไหนหรออยทใครบาง ยงขาดความรอะไรอยอกบาง และจะจดการกบความรทงท 4. 5.
หนา 15 กจกรรม จดสถานททำงานใหมบรรยากาศทเอออำนวยต อการแบงปนและแลกเปลยนความร วตถประสงค สงเสรมใหพนกงานพดคยกนมากขนในบรรยากาศแบ บสบายๆ ไมเครงเครยด ดเปน ธรรมชาตเหมอนกบอยทบานของตวเอง ซงจะทำใหพนกงานรสกสบายใจทจะแบง ปนความรหรอความคดใหมๆ ทสามารถนำไปใชประโยชนตอองคกร วธดำเนนการ ปรบปรงผงทนงใหมทงหมด โดยแบงพนทนงทำงานออกเปนกลมๆ เชงนวตกรรม 1. กลมละ 4 ทนง เพอใหพนกงานไดปรกษาหารอหรอแลกเปลยนเรยนรกน ไดงายขน 2. เปลยนสของเฟอรนเจอรใหเปนสสดใส เพอสรางบรรยากาศในการทำงานใหสดชน ไมดหมองมว แบงพนทสวนหนง ใหเปนพนททเรยกวา 3. ประมาณ 20% “Inno Zone” โดยจดวางเฟอรนเจอรทนงสบาย เพอใชเปนทประชมอยางไมเปนทางการ ทสำหรบ รบชมขาวสารหรอตางๆ ทางโทรทศนหรอ ภาพการจดสถานท ทำงานและบรรย เคเบลทว มมมหนงสอหรอวารสารท ากาศในการทำงาน นาสนใจเตรยมไวใหพนกงานไดเขามานงอาน
หนา 16 กจกรรม การสำรวจตวเอง วตถประสงค 1. เปนเครองมอสำหรบการจดการความรสวนบคคล (Individual KM) 2. เพอใหเหนแนวทางในการพฒนาตวเอง 3. เพอนำขอมลไปใชในการสราง Knowledge Mapping และระบบ Competecy วธดำเนนการ 1. สรางแบบฟอรมสำรวจตามตวอยางดานลาง หรอจดทำโปรแกรมระบบงาน คอมพวเตอรเพอรองรบขอมลและนำไปประมวลผลตอไป . 2ใหพนกงานกรอกขอมล หรอบนทกขอมลในระบบงานคอมพวเตอร 3. ผบงคบบญชาใชขอมลนเพอการ Coaching , Counselling และพฒนาพนกงาน 4. ปรบปรงขอมลใหทนสมยอยเสมอ
หนา 17 กจกรรม Knowledge Mapping วตถประสงค . 1 เปนเครองมอดาน KM ทเชอมใหเหนความสมพนธระหวางกลยทธขององคก ร บคลากรในองคกร และองคความรทมอยในองคกร 2. เพอใหทราบวา 2. 1 ความรทองคกรตองการนน มอยทพนกงานคนใดบาง 2. 2 พนกงานแตละคน มความรอะไรทองคกรตองการอยบาง 2. 2 องคกรหรอพนกงานแตละคน ยงขาดความรอะไรบาง 2. 3 จะตองพฒนาพนกงานในเรองใดบาง วธดำเนนการ 1. นำขอมลจากแบบฟอรมทพนกงานกรอกในการสำรวจตวเอ ง มาทำตาราง แสดงความสมพนธระหวางความรทองคกรตองการ กบรายชอพนกงาน ตามตวอยางดานลาง หรอจดทำระบบงานคอมพวเตอรเพอประมวลผล ใหเปนไปตามวตถประสงคทตองการ 2. (ขอ 2 ดานบน )
หนา 18 กจกรรม วตถประสงค สรางระบบ มาตรฐาน การปฏบตงานดาน เพอใหเกด ความพงพอใจ ตอลกคา จดเกบ ความรจากการปฏบตงาน และนำมาใชซำ เพอสราง ISO 9001 : 2008 1. HRM 2. (Working Knowledge) คณคาตอสนคาและบรการของหนวยงาน วธดำเนนการ 1. จดตงคณะทำงานฯ จากหนวยงานตางๆ เพอเรยนรหลกการและแนวทางการดำเนนงาน แตงตงตวแทนฝายจดการ สนบสนนกจกรรมและเปนผนำใน หนดขน 2. (QMR) เพอตดตาม การปฏบตงานใหเปนไปตามมาตรฐานการทำงานทกำ จดทำระบบเอกสารและแตงตงเจาหนาทผควบคม เอกสาร(Document Controler) เพอ 3. รกษามาตรฐานการทำงานดานเอกสารทงทเปนกระดาษ และอ เลกโทร นค 4. จดทำมาตรฐานการทำงานและกระบวนการทสามารถทวนสอ บได โดยจดทำเปน ระบบเอกสาร เชน Procedure Manual , Work Instruction แตงตงผตรวจตดตามภายใน และฝกอบรมเพอใหดำเนนการตรวจ ตดตามภายใน . 5 (Internal Auditors)
ภาพตวอยางหนาจอระบบ e-ISO ภาพตวอยางหนาจอระบบ e-Action Plan หนา 19
หนา 20 กจกรรม จดระบบการทำงานใหสอดรบกบแผนกลยทธหลกขอ งองคกรและเอออำนวยตอ การจดการความร วตถประสงค 1. เพอเปนการดงความรและศกยภาพในตวพนกงานมาใชใหเก ดประโยชนสงสดตอองคกร โดยใชวธการแบงงานตามความสามารถ เพอเปนการถายโอนความรจากบคคลหนงไปยงอก 2. บคคลหนง วธดำเนนการ 1. ออกแบบผงองคกรใหมทงหมด โดยแบงลกษณะงานตามแผนกลยทธหลกของ SCG (โปรดดรายละเอยดหนาทและความรบผดชอบในเวบไ ซต http: //chr. cementhai. co. th) มระบบ Coaching ทผบงคบบญชาเปนผสอนงานใหกบพนกงานในหนวยงาน หรอ สอนงานใหกบหนวยงานอนๆ ทมาเรยนรงาน /ดงาน เลยงซงเปนพนกงานทมทศนคตทดตอบรษ ทและผบงคบบญชา ผานการอบรมการ การจดผงองคกรของสำนกงานการบ คคลกลาง ป 2550 มระบบพเลยง (Mentoring System) ทกำหนดใหพนกงานใหมในชวง 1 ปแรก ตองมพ เปนพเลยงทด 2. 3.
หนา 21 กจกรรม จดเวทแลกเปลยนเรยนร (Learn and Share Forum) วตถประสงค 1. เพอถายทอดความรประเภท Tacit Knowledge จากคนหนงไปยงบคคลอนๆ เพอจดเกบความรและประสบการณจากคนหนงไวใ นสอทสามารถนำไปเผยแพรไดงาย เปนการใหรางวลหรอยกยองพนกงานทเปนผให ความรกบผอน กระตนใหเกดบรรยากาศแหงการแลกเปลยนเรยนร ภายในองคกร วธดำเนนการ 1. กำหนดระยะเวลาจดงานทแนนอน เชน จดใหมทกเชาวนจนทร โดยใชเวลาไมเกน 2. 3. 4. 1. 5 ชวโมงตอครง 2. กำหนดประเภทของรายการ ไดแก - Book Briefing จดเวทแลกเปล ยนเรยนร - เรองเลาจากประสบการณการไปดงานหรอจากการไปเขา อบรมจากภายนอก นโยบาย ฯลฯ สอนความรหรอทกษะของผเลา อนๆ เชน การชแจงขาวสารขอเทจจรง อาจจะมการจดหาของรางวลเลกนอยใหแกผเลา มของรางวลเลก ๆ นอยๆ 3.
หนา 22 กจกรรม วตถประสงค After Action Review (AAR) 1. เพอบนทกบทเรยน (lessons Learned) ทไดรบภายหลงจากเสรจสนภารกจใดๆ แลว ทำใหทราบวา การกระทำใดเปนสงทดทควรกระทำตอในภารกจตอไป หรอการกระ ทำใดเปนสงทไมควรจะกระทำ หรอถาจะทำตองมการปรบปรงขนตอนใดบาง เพอใหทราบถงปญหาอปสรรคและวธแกไขปญหาห รออปสรรคทเกดขนในระหวาง การทำงาน และผลกระทบจากการตดสนใจเลอกวธแกไขปญหาดงกลาว เพอนำมา 2. บนทกไวสำหรบผปฏบตงานรนหลงไดเขาม าศกษาหรอนำไปเปนแบบอยางตอไป วธดำเนนการ 1. หลงจากเสรจสนภารกจใดๆ แลว ควรหาเวลาทบทวนสงทตนเองหรอทมงานปฏบต โดยจดประชมกลมยอยเพออภปรายสาเหตและวธแ กปญหา ขอดและขอเสยของวธ แกไขปญหาตางๆ และสรปเปนบทเรยนสำหรบการทำงานในโอกาสตอไป บนทกขอมลตางๆ ไวในสอทสามารถจดเกบและนำไปเผยแพรไดงาย ตวอยางการทำ After Action Review เผยแพรความรตางๆ 2. 3.
หนา 23 กจกรรม ระบบบรการใหคำปรกษา วตถประสงค เพอปองกนขอผดพลาดจากการตดสนใจในเรองสำ คญ หรอทเกยวกบตวเงนจำนวนมาก หรอกระทบตอคนจำนวนมาก เปนวธการปฏบตการปองกนปญหาใน ” กอนท “เชงรก จะเกดขอผดพลาดหรอปญหาอนตามมา ซงอาจจะนำความเสยหายมาสองคกรได วธดำเนนการ การพฒนาระบบงานบนเวบ ทสามารถทำงานไดดงน ผทเกดขอสงสยในการทำงานอาจจะ ดขอคำถามจากบคคลอนทมคำถาม Search ในลกษณะเดยวกนทถามไวกอนหนานแลวกได คำถามตางๆ จะถก Post ไวในระบบ เพอรอใหผเชยวชาญในแตละหมวดหม เขามาตอบคำถาม โดยผเชยวชาญจะไดรบแจงวามคำถามทางอเมล เมอผเชยวชาญไมสะดวกทจะตอบคำถามนน กอาจจะสงคำถามตอใหผเชยวชาญ ทานอนทำการตอบคำถามแทนได ภาพตวอยางหนาจอ ระบบบรการใหคำปร คำถามทถกตอบแลวจะถก กษา เขามาในระบบ เพอใหผถามหรอผสนใจสามารถ Post
หนา 24 กจกรรม วตถประสงค เพอถายทอดความรประเภท ระบบเพอนชวยเพอน 1. Tacit จากคนหนงไปสอกคนหนง เสรมสรางความสมพนธและการยอมรบซงกนและก น วธดำเนนการ กำหนดใหกจกรรมน เปนนโยบายทหนวยงานใหการสนบสนนการชวยเหลอซงกน และกน 2. เชน การใหเวลาอยาง อสระ แกพนกงานวนละ 30 นาท กจกรรม Book Briefing ทพนกงานสามารถใชเวลานในชวง วตถประสงค 1. สงเสรมใหพนกงานมนสยรกการอาน เวลาใดกไดในแตละวนเพอ เปนตวของตวเอง ในการท 2. สงเสรมวฒนธรรม Eager to Learn จะแสวงหาความรเพมเตม หรอสอน 3. เพอจดเกบความรในสอทสามารถ แผยแพรได ใหความรแกผอน คดเลอกหนงสอทนาสนใจ วธดำเนนการ 1. หรออาจจะใชเวลาในชวงนคดทบทวนหรอบนทกสงตางๆ โดยแบงออกเปนหมวดหมตามความสนใจ เชน ทเกดขนใน หมวด Innovation หมวด Marketing หมวด HRM เปนตน 2. ประกาศเพอหาผสนใจอานหนงสอ แตละวน การแกไขปญหา การพบปะผคน โดยสามารถสมครเปนทม เลมละ 2 -3 คนกได การเรยนรสงใหมๆ หรอใชเวลานจดบนทก 3. จดกำหนดการการนำเสนอตลอดทงป และประกาศใหผสนใจเขารบชมการนำเสนอ ไวในสมดบนทกสวนตว หรอ 4. บนทกเนอหาลงในสอมลตมเดย Blog ของตนเอง ทสามารถ แผยแพรไดงาย 5. จดเตรยมของรางวลใหกบผอานหนงสอ ตวอยางการทำ หรอเตรยมอาหารเครองดมไวบรการผเขารวม Book Briefing 6. จดใหมการโหวตเพอคดเลอก “Book Briefing ดเดน ” และประกาศรางวลในรอบ 6 เดอนหรอ 1 ป 7. รวบรวมผลงานทงหมดไวเปนหมวดหมไวในฐานขอมลความร ขององคกร
หนา 25 กจกรรม KM Web Portal (http: //km. cementhai. co. th) วตถประสงค เพอเปนจดเขาถงขอมลขาวสารและความรสำหร บพนกงาน SCG วธดำเนนการ การพฒนาระบบงานบนเวบ ทสามารถทำงานไดดงน ระบบบรหารผใช การลงทะเบยน การกำหนดสทธตางๆ (User Management) เชน การเกบขอมลของผใช ระบบจดการเนอหาความร Management) ไดแก การสราง การจดเกบ (Contents การคนหา และการนำไปใชงาน ระบบจดการการเรยนร (Learning Management) ไดแกการจดหองเรยน การจดผ เรยน การจดวชาเรยน การประเมนผล การตดตอปฏสมพนธระหวาง ผเรยนดวยกน หรอระหวางผเรยนกบผสอน Practice) ไดแก การทดสอบ ระบบชมชนนกปฏบต การสรางชมชน (Co. P) (Community of การจดการสมาชกของชมชน การตดตอสอสารระหวางสมาชกในชมชน การจดการ ภาพตวอยางหนาจอ เนอหาความรของชมชน Knowledge Web Portal เชน การทำ Vote , การทำ Poll , การทำประชามต
หนา 26 เวบไซตสำหรบงาน e-Learning และ Knowledge Management http: //scgelearning หรอ http: //km
ประโยชนใชงานของ http: //scgelearning หรอ http: //km หนา 27 งานดาน e-Learning 1. ทำหนาทเปน LMS หรอ Learning Management System - บรหารขอมลเกยวกบผใชงาน วาใครเขามาเรยนรเรองอะไร เมอไร มผลเปนอยางไรบาง - บรหารจดการเนอหาบทเรยน แบงออกเปนหมวดหม มบทคดยอใหผใชไดอานกอนเขาเรยนร - จดการกบขอสอบกอนและหลงการเรยน หรอ EExamination - จดการระบบประเมนผล หรอ E-Questionnaire - มระบบ Collaborative ระหวางผเรยน และผสอน เชน Webboard และ Chat Room - มระบบรายงานตางๆ เชน รายการพฤตกรรมการเรยนของผเรยน เปนตน 2. ทำหนาทเปน CMS หรอ Content Management System - มโปรแกรมสำหรบสรางเนอหาบทเรยน โดยสามารถวาง Multimedia Object ตางๆ ได เชน รปภาพ เสยง ภาพเคลอนไหว วดโอ ตวอกษรชนดตางๆ ตาราง และอนๆ ซงเพยงพอสำหรบ การสรางเนอหาบทเรยนตางๆ ได - จดหมวดหมของเนอหาบทเรยน เพอใหงายตอการใชงาน - มระบบ Search Engine เพอใหการคนหาเนอหาบทเรยนเปนไปอยางงายและม ประสทธภาพ 3. ทำหนาทเปนหองเรยนเสมอน (Virtual Classroom) - สามารถสรางประชาคมแหงการเรยนร (Learning Communication) สำหรบกลมผเรยนใดๆ เปนการเฉพาะ โดยจดหา Utility ตางๆ เพอใหสมาชกในกลมไดมปฏสมพนธระหวางการเ รยน - สามารถถายทอดสดรายการสำคญๆ จากหองสมมนา ไปสโตะทำงานของพนกงานได
หนา 28 ภาพ Function การทำงานระบบ SCG e-Learning เรมตนใชง าน Chat Room Knowledge Sharing Board
Show and Share หนา 29 Community of Pr Blog
หนา 30 กจกรรม Knowledge Capturing วตถประสงค เพอบนทกความรจาก Tacit Knowledge ใหออกมาเปน Explicit Knowledge ผานสอ Multimedia ไดแก ซด เวบไซต หรอถายทอดสดผาน SCG Intranet วธดำเนนการ 1. จดหาเทคโนโลยทเหมาะสม ซงปจจบน SCG ใช Software Acu. Learn ซงประกอบดวย Acu. Studio/Live โดยตดตงท เพอใชปฏบตการบนทกความรในภาคสนาม Notebook เชน ทเวทแลกเปลยนเรยนร ในหองอบรม /สมมนา ในสถานททำงานหรอสถานท ใดๆ ทตองการจดเกบความร Acu. Manager โดยตดตงท Web Server เพอใชจดการกบเนอหาความร (Contents) ท บนทกโดย Acu. Studio/Live การถายทอดสดรายการตางๆ ไปยงคอมพวเตอร เชน ในระบบเครอขาย SCG Intranet หรอ นำเสนอแบบ Web On-Demand บน KM Web Portal ซงจดทำระบบทงายตอการคนหาของผใช แบงหมวดหมอยางชดเจน หรอจดทำระบบ ทคนหาไดอยางรวดเรว Search Engine เชน
หนา 31
หนา 32 แนะนำเครองโหวต (PRS) หรอ Personal Response System PRS หรอชอเตมๆ วา Personal Response System เปนอปกรณพรอม Software ทใชสำหรบลงคะแนนเสยงหรอ Vote หรอตอบคำถาม ททราบผลทนท ดงนนเราจงนำมาประยกตใชกบงานได หลายอยาง เชน 1. งานฝกอบรม - ใชสำหรบทดสอบความรของนกเรยน ทง Pre-Test และ Post-Test - ใชสำหรบทดสอบความเขาใจของนกเรยนเปนระยะๆ ระหวางทอาจารยกำลงสอน ซงทำให อาจารยทราบ Feedback วานกเรยนเขาใจในสงทอาจารยสอนหรอไม ถาไมเขาใจจะไดอธบาย ใหเขาใจกอนทจะผานบทเรยนนนไป - ใชสำหรบทำแบบประเมนภายหลงจากทสนสด Class แลว เหมอนกบการทำแบบสอบถาม ตอนจบการสมมนา นนเอง เพอเปนขอมลสำหรบนำมาใชในการปรบปรงการจด Class ในครง ตอๆไป 2. งานแถลงนโยบาย - ใชสำหรบ Vote เพอรบฟงความคดเหนของผเขารวมรบฟง - ใชตอบคำถาม - ใชตอบแบบประเมน 3. งานแขงขนตอบคำถาม - ใชตอบคำถาม ทสามารถทราบผลแพ -ชนะไดทนท 4. งานประชม /สมมนา - ประชมผถอหน - ประชมเพอทำการคดเลอกบางสงบางอยาง - ใชแสดงผลจากการสำรวจเพอประกอบหวขอการอภปราย 5. งานสำรวจ /วจย - ใชตอบคำถาม
หนา 33 ภาพตวอยางการใชงาน PRS
c3e8110d8e60009b9299d9b14d58cc5b.ppt