948256bf3b3a5eab9cbfb5c3530fada0.ppt
- Количество слайдов: 87
ศนยสงเสรมและพฒนาอาชวศ CenterกษาVocational Promotion for ภาคตะวนออก and Development Eastern region Http: //www 34. brinkter. com/ea sthern E-mail: eastern_voc 2005@hotmail. com Tel/Fax : 02 - 510 -2600 หอง ผอ. 02 - 510 -2601 1
การจดการความร (Knowledge Management) กบการพฒนาคณภาพ การจดการอาชวศกษา นายอมร เอยม สอาด ผอำนวยการศนยสงเสรม ภาคตะวนออก 2 28 -29 มนาคม 2549
วตถประสงค • เพอใหทาน : ไมใชรบทราบ /รบร 1. เขาใจกระบวนการจดการความร KM เพยงเพราะเปน นโยบาย 2. นำกระบวนการ KM แตจะตองเรยนร ไปใชในการพฒนาคณภาพการจดการเร ยนการสอนของแผนกวชา / คณะวชา แลวนำไปยดถอปฏบตอยา. 3 นำกระบวนการ KM งตอเนอง ไปใชในการแกปญหา เพอประโยชน หรอพฒนางาน 3 ขององคกร อน เพอประโยชนของสถานศกษา
หลายทานคงเกดปญหา ? . 1อะไรกนวา KM รจกแต KM MK ? . 2แลว สำคญอยางไร ? 3. แลว KM จะพฒนาคณภาพงาน แกปญหางาน ไดอยางไร ? 4
MK vs KM MK = ส กย หอหนง ชวยแกปญหาความยากจนอยางยงยน ของ บรษท มาบญครอง จำกด (Maboonklong) KM = Knowledge Management กระบวนการจดการความร เพอใหคนในองคกรทตองก เพอใหคนในองคกรท ารความร ไดรบความร ทนเวลาทตองการ เพอบรรลเปาหมายของงาน 5
KM กบงานของเรา จดการศกษ า บรการสงค ม เพมปร มาณ พฒนาคณภา พ C. Poors Fix It Flag Ship 6
สถานศกษาทาน เคยมปญหานเกดขนหร อไม ? 1. ปญหา ทงสามประการน บคลากรขาดความเปนเอกภาพในการทำงาน เพราะตางคนตางทำงาน นาจะเพยงพอ มนกแปลกมาก ทจะคาดคะเนไดวา ทจรง ซงจะไมสามารถบรรลวสยทศนของวท สถานศกษาทาน KM ยาลย เมอพดเรอง ฯ 2. เมอขาดบคคลใดบคคลหนง และแตกความสามคคกนในทสดดวยผล กบคร อยในสถานภาพใด/เจาหนาท หากอยในภาวะแขงขน ปญหาทเกดขนไมสามารถแกไขได ประโยชนของแตละบคคล โดยไมมสถานะของการเปนหนวยงานรฐ ตองคอยบคคลนนกลบมา กมคำถามถงผบรหารเสมอ 3. บคคลทมประสทธภาพในการทำงาน เมอพนวาระ 7 ความรและความสามารถทมอยในตว หรอวา ชางมน อกหนอยเรากยาย จะเหนอยไปทำไม !
แลวสถานศกษา องคกร จะเปนองคกร แหงการเรยนร เราเปนหนวยงานจดการศก แหงการเรยนร จะมบรรยากาศ จะพฒนางาน ษา Learning มหนาทในการถายทอด แหงความเปนมตร อยางตอเนอง Organization ความร ในการทำงาน จากบคลากร ไดอยางไร ? แตไมใหความสำคญ การจดการความร กบ KM 8
MK vs KM KM=Knowledge Management กระบวนการจดการความร เพอใหคนในองคกรท ตองการ ความร ไดรบความร ทนเวลาทตองการ เพอบรรลเปาหมายของงาน 9
ความรภายนอ ก /ชดแจง (Explicit) KM องคกรแหงการเรยนร Learning Organization งาน คน องคกร LO ความรภายใน /โดยนย (Tacit) กระบวนการจดการความร Knowledge Management 10
องคกรแหงการเรยนร Learning Organization -บคลากรขององคกร ผบรหาร ตอง มความรกในองคกร ดงนน 1. ใหความสำคญกบคน ปรบเปลยนเปน มากกวาปจจยการผลตอน 2. -บคลากรขององคกร คนขององคกรมลกษณะเปนผใฝร องคกรแหงการเรยนร ผสงเสรมสนบสน และมงมนทจะพฒนาความสามารถของ มความรกสามคคเปนเอกภาพ จะเกดขนไดจากประสทธภาพใน น และ ตน -บคลากรขององคกร มความใฝร การบรหารงานบคคล อำนวยความสะดวก โดยรวมเรยนรจากการทำงานกนเปนท 3. โดยมผบรหารสนบสนน มการกระจายอำนาจการตดสนใจ ของผบรหาร เปนสำคญ ! ม (Team มใชผสงใหทำ Learning) ใหคนในองคกรเพอกระตนใหเกดควา มรวมมอ และรวมทำงานเปนทม 4. มบรรยากาศทเออตอการเรยนร และพฒนาความสามารถ 11
ทำไมตองเปนองคก ร LO • เพราะมความไดเปรยบเหน อคแขงอยางถาวร • เปนองคกรอมตะ เจรญเตบโต และยงยน • บคลากรสนกสนาน มความสขอยากมาทำงาน 12
องคกรแหงการเรยนร Learning Organization -บคลากรขององคกร ผบรหาร ตอง มความรกในองคกร 1. ใหความสำคญกบคน ปรบเปลยนเปน มากกวาปจจยการผลตอน 2. คนขององคกรมลกษณะเปนผใฝร -บคลากรขององคกร ผสงเสรมสนบสน และมงมนทจะพฒนาความสามารถของ มความรกสามคคเปนเ น และ ตน อกภาพ อำนวยความสะดวก โดยรวมเรยนรจากการทำงานกนเปนท 3. มการกระจายอำนาจการตดสนใจ -บคลากรขององคกร ม (Team มใชผสงใหทำ Learning) ใหคนในองคกรเพอกระตนใหเกดควา มความใฝร มรวมมอ และรวมทำงานเปนทม โดยมผบรหารสนบสน 4. มบรรยากาศทเออตอการเรยนร น และพฒนาความสามารถ 13
ทำไมจงตองจดการความ ร โลกของขอมล /ขาวสาร /การสอ ระวง ตองมสกวน สาร องคกรทให จะมการปดวทยาลย หาก ความสำค ญ ตอ KM -ไมผานการประเมน จาก สมศ. Blue เทานน Planet -ปรมาณเดกไมคมกบการลง องคกรทไม จงจะอยรอ ใหความสำ ทน ดได คญ -โรงเรยนเอกชนมคณภาพมากก ตอ KM Learning โลกของการแขงขน /FT จะอยรอดไม Organization วา ได A -รร. ตางชาตจะมากขน เปนหวงนะ พนอง ! 14
หากตองการจะเปนองคกร LO ประสทธภาพ การบรหารงาน บคคล กระบวน การ KM องคกร LO ประสทธภาพ การควาความร 15
องคกร LO จะมลกษณะ • สนกสนาน มความสขในการทำงาน • สะดวก หาขอมลความรไดงาย • สรางสรรคมสาระ ผลงานเปนประโยชน ตรงตามเปา พฒนางาน • สอสาร ถายทอด แบงปน 5ส 16
Knowledge Sharing Model “ปลาท ” สวนกลางลำตว “หวใจ ” ใหความสำคญกบการแลกเปลยนเร ยนร บคคลท เกยวขอ ง “คณเอ อ ” สวนทเปน ชวยเหลอ เกอกลซงกนและกน (Share & Learn) KV สวนหว สวนตา มองวากำลงจะไปทางไ หน ตองตอบไดวา “ทำ KM ไปเพออะไร ” Knowledge Facilitator KA KS Chief Knowledge Officer : CKO Knowledge Vision “คณอำนว ย” Knowledge Assets “คณกจ ” Knowledge Practitioner สวนหาง สรางคลงความร เชอมโยงเครอขาย ประยกตใช ICT “สะบดหาง ” 17 สรางพลงจาก Co. Ps
KM = Knowledge Management กระบวนการจดการความร เพอใหคนในองคกรท ตองการความร ไดรบความร ทนเวลาทตองการ 18
ประเภทข องความร Knowledge ความรภายนอก Explicit Knowledge ตำรา คมอ มมากมาย กฏระเบยบ ฯลฯ และงายตอการเขาถง ความรภายใน /โดย นย Tacit Knowledge ทกษะ ประสบการณ ความคด มคณคา และยากตอการเขาถง 19 พรสวรรค
ความรใด ? ความรภายนอก สำคญกวาก Explicit น Knowledge ความรใด ? เกดกอนกน ตำรา คมอ กฎระเบยบ ฯลฯ ความรภายใน /โดย นย Tacit Knowledge ทกษะ ประสบการณ ความคด พรสวรรค20
ทมาของแนวคด KM ประสบการ ความรภาย ณ /ความเช ใน Tacit ยวชาญ Knowledge ความรภายน นำไป เรยนร คน อก Explicit ใช Knowledge หากองคกร ไมนำไ ไมนำ Tacit ปใช = Knowledge รบร ของคนมาใช KM 21
แนวคด “การจดการ ” Create/Leverage Access/Validate ความร เขาถง ตความ สรางความร ยกระดบ ทำอยางไร องคกรจงจะได ความรภ ภายใน วบรวม/จดเกบ ายนอก นำไปปรบใช เรยนรรวมกน Explicit store apply/utilize Explicit Tacit ทเปนปจจบน ? Knowledg Knowled เรยนร Tacit มใจ /แบงปน e ge ยกระดบ Care & Share เพอพฒนางานรวมก เนน 2 T เนน 2 P น ? People & Process Tool & Technology Capture & Learn 22
เครองมอ ทใชจด การความร Knowledge ความรภายนอก Explicit Knowledge 2 T= Tool / Technology มมากมาย และงายตอการเขาถง ความรภายใน /โดย นย Tacit Knowledge 2 P= People / Process มคณคา และยากตอการเขาถง 23
เมอกลาวถง จงมงไปท KM • การจดการความรภายใน /โด ยนย ของคน (Tacit Knowledge) เปนสำคญ เพอให Tacit กระบวนการคนคนคน Knowledge ทงคนตวเอง • ทำอยางไร เปลยนเปน และคนคนอน ทจะเอาความรภายในตวคน Explicit Knowledge ออกมาใชประโยชน /มาแลกเปลยนเรยนรระหว 24
คณคาของความร • ความรเปนสนทรพย • ความรใชแลวไมมวนหมด • ความรยงใช ยงเพม ยงใชมากเทาใด ยงมคณคาเพมมากขน 25
ประเภทของคนในองคกร รวา ไมรวา 1. Known Area รความรภ ปฏบต ายนอก 2. Hidden Explicit Area Knowledge ไมรวาม ความร 1. Unknown Area เรยน รวาไมม ความร Area 4. Blind Learn ไมรวาไม มความร Ignorance 26
KM เพอ ใหได Tacit Knowledge คน กลม คน ? คน คน กลม คน 27
KM เพอ ใหได Tacit Knowledge แกปญหา คน KM คน กลม คน KM กลม คน พฒนางาน ปญญาร วม Group Thinking กระบวนการแลกเปลยนเรยนรร 28
กระบวนการทจะสรางความรใ หม จาก Tacit Knowledge ความคดเหนของกลม ารวม เรยนรเพอ แบงปน Learn to share Share to แบงปนเพอเ Learn รยนร /ปญญ Group Thinking Team เรยนรรวมกน Learning เปนทม มพลงกลม เรยนรรวมกน แลกเปลยนขอมล ความคดเหน ประสบการณ อยางสมำเสมอ 29
การใชคว ามแตกต Explicit างระหวา งบคคล ปญญาร เพอประ วม โยชนใน Group การทำงา น Thinking Learn to share Share to learn ความคดท กษะ ประสบการณ Tacit งาน/ คน 1 ปญหา ความรให ม แนวทางปฏ บตงานรว มกน Tacit ความคดท กษะ คน 2 ประสบการณ ความคดท คน 3 กษะ ประสบการณ Tacit 30
กระบวนการ ในเวทแลกเปลยนเรยนร /ตลาดนดความร /คนคนคน กระบวนการ KM 1 KM 2 KM 3 KM 4 KM 5 KM 6 ขมความ ร ขมความ ร นขนอ ยกบจำ นวนคน ปญญา รวม ประเมนตน แกไขกา รปฏบต ครงตอ ไป 31
ระบบการจดการความร Explicit ICT จดเก บ KM Tacit ICT เผยแพร นำไปใ ช ICT/2 P เรยนร รวม 32
นบแต . 00 น. 29 ม. ค. 49 กจกรรมททานรวมปฏบต จงมความสำคญยงตอคำตอบทวา ทานจะทำอยางไร ? KM • กลมสมพนธกบ ปญญาร • คนคนคน / เรองเลา (Story telling) วม • ขมความร (Knowledge Assets) Group • การใช ICT กบ KM thinking • ตารางอสระภาพ • ธารปญญา และบนไดแหงการแลกเปลยนเรยนร • KM กบปญหาในการจดการศกษา และคณสมบตของคณเออทด 33 • After Action Review: AAR
แผนทตลาดนดความร นเรยนร ธารปญญา + บนไดแหงก าร ลปรร. /เวทแลกเปลย + ตารางอสรภา พ ความรจ ากแกนคว ามร ขมความร จากเร องเลา 34
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “สถานศกษา ในเขตภาคตะวนออก และ กทม. กบ การเรยนรของชาวบานเพอ แกปญหา ความยากจน อยางยงยน พ. ศ. 2550” 35
Diagram of KM )ตวอยาง ) C. Poors ชมชน ผ ลง ท ะเ บ for เพมราย เขมแขง ได ลดรายจาย - -สมครใจ หากล เข เอออาทร -จำนวน าพ ม น เปาหม ท ความตองก าย าร KM ย น การแกปญหาความยากจน ตองแกดวยความสมครใจ - อาชพเดม เพมอาชพเ สรม ใหอาชพให มพฒนา ทำอยาง ไร KM ใหเกดก หากไมได ารแลกเปล ยนเรย ทงของเคาและเรา นรรว 36
หากลมเปาหมายในพ นท - ยากจนจรง / ลงทะเบยนคนจน KM เปาหมาย : ตองการแกปญหาจรงดานอ - พฒนาอาชพเดม เราไมอาจทำอยา / าชพ เพมอาชพเสรม - เพมรายได ง /เปลยนอาชพใหม เอะ ! คดอะไร - ลดรายจาย พฒนาอาชพ ได นาย ก ออกไปเนย - ขยายโอกาส - พฒนาอาชพเดม หาสาเหตเพอพฒนา ในอาจสามารถ Model แลวพฒนา - เพมอาชพเสรม โชคดนะ /เปลยนอาชพใหม ออกแบบอาชพทงระบบ ทเกดในอาจสามารถ จนถงชองทางการจำหนาย - ขณะพฒนา รวมถงการทำบญช จดเวทแลกเปลยนเรยนรระหวางกน 37
เมอทานตองเปนคณอำนวย ในพนท จะทำอยางไร ? ประเดนตางๆน จะสำเรจไดตอเมอ • ทจะทำให ชาวบาน เหนคณคาขอ 1. เขาเชอถอไววางใจทาน(KM) งการแลกเปลยนเรยนร ไดใจเขา • ให ชาวบาน เปดใจระหวางกน ไมจำเปนตองเปนนายกคนเดยวท แลกเปลยนเรยนรรวมกนอยางเ จะแกได ปนสขจนเกดเปนความรใหม 2. ทำใหเขาเหลานนมความสมพน • ให ชาวบาน แตละคนรจกตนเอง ธ ทดตอกน จากความรใหมนน ไววางใจกน และรวมมอกน แลวแกไขหรอพฒนาตนเอง 38 เพอชวยกนแกปญหาของพวก เขา พฒนางานของตนเอง
ขอควรระวง ของคณอำนวยในพนท • ชาวบาน ไมใชลกศษย • ชาวบาน ไมมเวลาราชการ • ชาวบาน ไมมความอดทนพอ • ชาวบาน ไมเขาใจศพททางวชาการ • ชาวบาน ไมตองการในสงทเขาไมต องการ • ชาวบาน ไมชอบการผดคำพด 39
ขอควรระวง ของคณอำนวยในพนท • ชาวบาน ไมใชเดก จะสอนแบบเดกไมได • ชาวบาน ไมไดโง • ชาวบาน ไมเชอถอราชการอยแลว • ขวากหนามเยอะแยะไปหมด • อาจสามารถ Model ไมสามารถใชเปนแบบอยางได 40
หวปลา (วสยท ศน ( หากคณเออ (ผ อำนวยการ ) ม KV วา “วทยาลย . . กบ การพฒนาคณภาพการจดการเรยนการสอ น ” 41
ลกษณะของนกเรยน ทเราพฒนา ? • มามด ไปมด ใครเอย ? • มามดมาสวาง ไปสวาง แตขณะนกำลงจะ ไปมด • มาสวาง เดกดอ ไปมด! ไปดนะ • มาสวาง ไปสวาง 42
มนตางกนไหม ย ! อาชพคร ทำมาหาเลยง ชพดวยการเป vs เน ครอาชพ เปนครดวย จตวญญาณ 43
มความเป นกลยาณม ตร พฒนาตนเอง และพฒนางา น คณลกษณะ ครอาชพ มจรรยาบรร ณในวชาชพ แสวงหา ความรวมมอ ปฏบตหนา ทดวยจตว 44
นโยบาย สอศ. ป 2549 • ไมคำนงถงกรอบเวลาในการจบหล กสตร • หลกสตรแตละแผนกวชาม 3 ลำดบ • หองเรยน ม 3 สถานท • 1 ภาคเรยน จะเปลยนเปน 18 สปดาห • ใหจดการเรยนการสอน เปนชนงาน /โครงการ • เรงดำเนนการเกยวกบ E- 45
มใชเอาความพรอมของสถานศกษาเป นตวตง แตเอาความสามารถของนกเรยนทควร KM เกดขนเปนตวตง ปท ชนงา 3 น ปท ชนงา 2 น ปท ชนงา 1 น แผนการเรยน แผนการสอน 46
ตถตา 47
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “ครว ทยาลย. . . กบ การทำงานเปนทม อศจ. . กบการทำงานเปนทม ” 48
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “คร วทยาลย. . /อศจ. . . . กบการ พฒนาคณภาพการเรยนการ สอน ” 49
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “การแกปญหาการลาออกกลางค นของนร. ปวช. ของวทยาลย. . ของ อศจ ”. . . . 50
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “การพฒนาการสอนวชา. . . . ของวทยาลย. . ” ของ อศจ. . . . 51
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “การเพมปรมาณนกเรยน ปวช. ของวทยาลย. . . ในปการศกษา 2549” 52
หวปลา หากคณเอ อ ม KV วา “การพฒนางานวจยในชนเรยน ” ของวทยาลย. . . 53
หวปลา “การพฒนางานการเงน ”. . . หากคณเอ อ ม KV วา ของ อศจ. 54
• หากมงมน ยอมทำได • หากตงใจ ยอมสำเรจ 55
Workshop 1 กจกรรม คนคนคน 10. 0011. 00 น. “ผบรหาร แตละ ทาน (ทกคน ) เลาเรองประสบการณทภมใจใน เรอง ทคดวา ตนเอง ไดใชกระบวนการ KM ในการแกปญหาเรองการลาออกร ะหวางเรยน (Drop Out) ของนกเรยน จนประสบผลสำเรจ ” 56
หนาท ของผฟง • คอยจบประเดนใหไดวา อะไรคอ ปจจยแหงความสำเรจ หรอ ความสามารถ / แนวการปฏบต ททำใหผเลา แกปญหาการ Drop Out 57
หนาท ของคณลขต • เขยน ปจจยแหงความสำเรจ ความสามารถ/แนวการปฏบต (ทเปนมตของกลม ลงในบตรคำ ปจจย ) บตรละ 1 58
หนาท ของคณประธาน • หาบคคลนำเสนอ ผลงานกลม ปจจยแหงความสำเรจ ความสามารถ/แนวการปฏบต และนำเสนอเรองเลาทกล มเหนวาเปนกรณตวอย 59
คำแนะนำ • สมาชกกลมแตละคนเลาเรองประสบกา รณของตนเองทภมใจ • แบงเวลาสำหรบหมนเวยนการเลาเรอ งใหไดทกคน และสำรองเวลาสำหรบดง “ขมความร ” จากเรองเลาแตละเรองดวย พรอมทงเตรยมสอทจะนำเสนอ + เขยนลงในบตรคำ (card) ดวยปากกาเสนใหญ • หาตวแทนมานำเสนอ “ขมความร ” ทไดทงหมด พรอมยกตวอยางเรองเลาทกลมประ 60
คำแนะนำ • ผเลา ควรเลาใหกระชบ เลาใหเหนตวคน เหนอารมณความรสกของคน เหนความเชอมโยงของสภาพแวดลอม ณ ตอนนน เลาโดย ไมตความ หรอ ต ใข ใสส เพอใหดด • *เลาเรองละไมเกน • ผฟง ตงใจฟง และคอยจบประเดนวา 5 นาท 61
คำแนะนำ • การเขยน “ขมความร ” ใหเขยนเปนประเดนทบงบอกถง ความสามารถ หรอ สมรรถนะ พยายามหลกเลยงการใชถอยความทมกเ หนคนเคยบอยๆ เชน การสอสาร การทำงานเปนทม ฯลฯ แตเขยนใหเหน Key word วา สอสารอยางไร ทำงานเปนทมอยางไร • 1 เรองเลา ม “ขมความร ” ไดมากกวา 1 ประเดน • การจบประเดน “ขมความร ” สามารถทำไดหลากหลายมมมอง 62
การเกบขมความ ร ประเดนขมความร เรองเลาโดยยอ ) เขยนเชงพรรณนา หลกเลยงการเขยนเปนหวขอๆ . . (. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ทมา ) เจาของเรอง , ทอย เบอรโทร E-Mail ทสามารถตดตอได กรณม ผสนใจอยากเรยนรในรายละเอยด ) 63
ตวอยางเรอง เลา -ภาพประกอบ- ขมความร : ……………………………. . . ทงครและลกศษยของวทยาลยเกษตรและเทคโนโลยแพร ไดเปดประตรวสถาบน ใหนกศกษาออกไปเรยนรกบชมชนมากขน เนนการปฏบตจรง เพอสรางประโยชนแกชมชนทองถน อาจารย ฉววรรณ วงศแพทย อาจารยประจำวทยาลยเกษตรและเทคโนโลยแพร ไดทดสอบแนวคด บรณา การในพนท ชมชน บานธรรมเมอง หม 4 ตำบลชอแฮ อำเภอเมอง จงหวดแพร ซงชาวบานสวนใหญมอาชพทำนา มทนานอยและขาดความอดมสมบรณ ชาวบานจงหนมาเพาะเหดเปนรายไดเสรม ตอมากลายเปนรายไดหลกของบานธรรมเมอง ไมนานนก "ฟาง" กลบกลายเปนปญหา เพราะชาวบานไมมระบบกำจดวสดเหลอใชทดพอ เศษฟาง เศษเหดหลงเกบดอกเหดไปแลวถกปลอยทงไวในนา กลายเปนผลกระทบ ขาวไมโต ผลผลตนอย ในเบองตนชาวบานแกปญหาดวยวธการเผาทง แตกอใหเกดปญหาเรองควนไฟฟงไปทวทงหมบาน อาจารย ฉววรรณ และคณาจารยจากวทยาลยเกษตรฯแพร จงไดทำโครงการรปแบบการจดการเรยนรแบบมสวนรวมเพอเพมมลคาวสดเ หลอใชจากการผลตเหดฟาง " โดยใหนกศกษามหนาททดลองรวมกบชาวบาน ซงจะดตงแตการปรบปรงดน ดวยการใหนกศกษาทเรยนมาทางการปรบปรงดนโดยเฉพาะมาทดลอง และปฏบตรวมกบกลมเกษตรกร โดยใชพนทของเกษตรกรในการปฏบตงาน นกศกษาจะเปนผจดบนทกทกขนตอนและจดทำรายงาน สลบกบการใหเกษตรกรเขามาใชบรการของวทยาลยในชวงการฝกอบรม เชน การเพาะเชอเหดฟาง การตอเชอเหด การผลตและการดแลผลผลตเหด ทมา : อาจารย ฉววรรณ วงศแพทย วทยาลยเกษตรและเทคโนโลยแพร โดยวทยาลยสนบสนนวทยากร หองทดลอง วสดอปกรณทจำเปน 64 ประโยชนกเกดขนทงสองฝาย ชมชนไดรบประโยชนโดยตรงในการแกปญหาทเกดขนจรง
สรป Workshop 1 • ในกลมเลอกประธานกลม และเลขานการกลม (คณลขต ) โดยมคณอำนวยเปนผอำนวยความสะดวกต าง ๆ และกระตนใหสมาชกรวมกจกรรมอยางเป ดใจ • ทกทานตองเลาเรองในกจกรรมททำในโ ครงการแกยากจนฯทประทบใจ และคดวางานนนประสบผลสำเรจ (เขยนชอเรองเลา 65 ของแตละทานในกระดาษ Flip chart ของกลม )
สรป Workshop 1 ตอ • ขมความร ทกลมตกลงรวมกนแลวในแตละเร องเลา ใหคณลขตเขยนลงในบตรคำทแจก บตรละหนงขมความรทมแลวไมตองเขยนลง ใน Card ใหม • คณอำนวย นำบตรขมความรตดทฝาผนง แตละเรองเลา • กลมรวมกน ทำโปรแกรมนำเสนอ ขมความร ของกลมทได 66
กระบวนการ ในเวทแลกเปลยนเรยนร /ตลาดนดความร /คนคนคน กระบวนการ KM 1 KM 2 KM 3 KM 4 KM 5 KM 6 ขมความ ร ขมความ ร นขนอ ยกบจำ นวนคน ปญญา รวม ประเมนตน แกไขกา รปฏบต ครงตอ ไป 67
นำเสนอ Workshop 1 กจกรรม คนคนคน เพอใหได ขมความรในการแก ปญหาการ Drop Out 68
แกนความร /ปจจย /องคประ กอบ ปญญารวม (Group Thinking) • ใหเรยนในสาขาว ชาทชอบ และเรยนได • จดแผนการเรยนท มลำดบขน ตอนการเรยนรจ ากงายไปยาก • ความสมพนธระห วางบานกบวทย าลย • ความสมพนธระ หวางครทปร กษากบนกเรยน • ความสมพนธระ หวางครประจำว ชากบนกเรยน • ระบบสอดสองพฤต กรรม • กจกรรมเสรมฯ 69
Workshop 2 ตารางอสระภาพ สรางเกณฑ การประเมน ใหแตละกลมกำหนด คณลกษณะ ของ “แกนความร ” ในแตละระดบตามหวขอทได รบมอบหมาย โดยในแตละหวขอแบงเปน 5 70
ครอาชวศกษาจงหวดชลบร กบการแกปญหาความยากจนของชาว บาน ปจจย /องค ระดบ ประกอบ /ควา 1 มสามารถ การประชาส มพนธ การสงเสรม และพฒนาอา ชพ ระดบ 2 ระดบ 3 ระดบ 4 ระด บ 5 71
คำแนะนำ • “ เกณฑคณลกษณะของความสำเรจ ” เนองจากความสำเรจมหลายระดบ ดงนน หากเราตองการประเมน จงจำเปนตองระบเกณฑวาในแตละร ะดบแตกตางกนอยางไร ? • พยายามหลกเลยงการเขยนเกณฑค ณลกษณะในแบบขนบนได เชน ระดบ 3 = ระดบ 1 + ระดบ 2 • เกณฑเหลาน ควรกำหนดใหเหนพฒนาการ กลาวคอ ระดบ 5 คอนขางทำไดยาก 72 และใหระวงการเขยนเกณฑออกมาเปนร
นำเสนอ ตารางอสระภาพ 73
อง • เนองจากขอจำกดเรองเวลา จงจำเปนตองแบงหวขอ “แกนความร ” กระจายใหกลมยอย แตในทางปฏบตจรง ผเกยวของทงหมดควรมสวนรวมใ นการกำหนดทกหวขอ • แตละกลมใหตวแทนนำเสนอ เกณฑคณลกษณะทกำหนด และใหถอใชทดลองในชวงการประเมนต นเอง โดยไมปรบแกในรายละเอยด • แบงกลมออกเปน “ 11กลม ”ตามพนท ใหแตละกลมใชตารางอสรภาพทได 74
สถานศกษา เขตภาคตะวนออก กบการแกปญหาการ Drop Out ของนกเรยน / ผลการประ เปาหมายง ชองว ท แกนความร องคประกอบ เมน านใน างทต ปญญารวม ในปจจ ภาคเรยน องพยา บน ท 1 ยาม 75
ญญา และบนไดการแลกเปล ยนเรยนร จากผลการประเมนตนเอง เปรยบเทยบกบบคคลอน และหาสถานภาพของตนเองจากบ นไดการแลกเปลยนเรยนร 76
Workshop 3 • เขยนแผนทกลยทธขบเค ลอนงานการแกปญหาการ Drop Out ของนกเรยน • ชใหเหนวาจะ install กระบวนการ KM เขาไปในเนองานตรงจดไหนบ าง อยางไร ? • และหลงจาก workshop ไมเกนภาคเรยนท 1 สามารถทำอะไรไดบาง ? 77
ตวอย าง 78
แผนทกลยทธ ตวอยาง สมมต การแกปญหาการ ลาออกระหวางการศกษา ของวทยาลย. . . ประจำปการศกษา อยากเรยนอะไร และเรยนได ตองไดเรยน KM 1 2 3 ? ? ? KM 2549 ? ? ? 79
AAR After Action Review เปนการประเมนตวเรา จากบคคลทมารวมท ำ KM กบเรา 80
AAR • อะไรททานตงใจอยากจะ ใหเกดขน ? • แลวเกดอะไรขน ? • ตองปรบปรงในครงตอ ไปอยางไร ? • เรยนรอะไรบางจากคร งน ? 81
คำแนะนำ • พดแบบเปดใจ • ฟงแบบตงใจ ฟงแบบแขวนลอย • ใหโอกาสผอาวโสนอยพ ดกอน • ผบรหารตองสรางบรรยา กาศ เชอเชญให 82
คำแนะนำ • หลงจากเสรจสนภารกจ ควรทำทนทททมงานยง จำบรรยากาศเหตการณนน ไดดอย • กระตนใหทมงานกลาคดเ ชงสรางสรรค เสนอรปแบบวธการใหมๆ 83
ศกษา การสราง Weblog และประโยชนของการใช เรามปญหาทไมสามารถเปด Web สด จำเปนตองใช Web แหงแทน โปรดตงใจฟง และเมอกลบสถานศกษา ใหสราง Web ตามลำดบขนในเอกสาร 84
ขอไดโปรดรบ ความขอบพระคณเปนอยา งสง 85
ศนยสงเสรมและพฒนาอาชวศ CenterกษาVocational Promotion for ภาคตะวนออก and Development Eastern region Http: //www 34. brinkter. com/ea sthern E-mail: eastern_voc 2005@hotmail. com Tel/Fax : 02 - 510 -2600 หอง ผอ. 02 - 510 -2601 86
คณสมบตของคณอำนวย ควรเปนอยางไร ? • เปนผยอมรบฟ งความคดเหน • มมนษยสมพน ธทด • มบคลกภาพท ด • มความสามารถในก ารประสานงาน • คดนอกกรอบ • • • • KF มความเชอมน มความเสยสละ มความนอบนอมถอมตน มประสบการณและความรจรง มจรยธรรม มความสามารถในการถายทอด มความเพยรพยาม ตองพดจรงทำจรง รอบคอบและใจเยน มความเปนกนเอง มความซอสตย มความอดทน มความกระตอรอรน มการพฒนาตนเองอยางสมำเ สมอ 87
948256bf3b3a5eab9cbfb5c3530fada0.ppt