aae6b71675f6440dbad0d5f27db57ef0.ppt
- Количество слайдов: 91
ราง 2. 0 ประเดนทศทางและนโยบาย กรอบแผนอดมศกษาระยะยาว 23 สงหาคม 2
รอยตอกบการศกษาระดบอน • ผลการทดสอบ -Net พ. ศ. 2550 O คะแนนเฉลยวชาคณตศาสตร 29/100 วชาวทยาศาสตร 34/100 ความออนแอของภาษาไทยซงเปนฐานของการเรย นร • ผเขาเรยนระดบ อาชวศกษา มแนวโนมจะล ดลงอยางรนแรงจากปรมาณทมไมเพยงพออ ยแลวจากอตราการเขาเรยน 16. 75%ในป 254 8 อาจเหลอเพยง 7. 82%ในป 2568 อกทงปญหาคณภาพ นอกจากนยงเปนกระแสคานยมปรญญาและภา พลวงตาของเงนเดอนและตลาดงานหากจบมหาวทยา 2 ลยไดทงของผเรยนและผปกครอง
1. รอยตอ กบการศกษาระดบอน • รฐโดย สพฐ. ควรเรงปรบเปลยนหลกสตรแล ะพฒนาครและสอการเรยนรเพอใหกา รศกษาทางดานวทยาศาสตรในระดบมธยมศ กษาตอนตนและตอนปลายมความเขมขนและส มฤทธผล นอกจากนควรขยายการลงทนในการสราง โรงเร ยนและหองเรยนวทยาศาสตรเพอรองรบเ ยาวชนทมความสามารถ ทางดานนโดยเรวเ พอสรางหวรถจกรใหกบการพฒนาประเท ศ อกทงเปนจำนวนคนทนอยเมอเทยบ กบคนวย เรยนทงหมด 3 ทงน อดมศกษาตองจดหลกสตรเฉพาะ
1. รอยตอ กบการศกษาระดบอน • สถาบนอดมศกษา ควรแบงเวลาของตนเองใหก ารสนบสนนการศกษาระดบมธยมและอาชวศ กษาอยางเตมทเพอให มาตรการสองขอข างตนบรรลผล ดวยกลไกสำคญเชน การสงอาจารยเขาไปสอนทงเตมและไมเต มเวลา การอบรมยกระดบคร การผลตสอการสอนสมยใหม การใหความรเบองตนของระบบวจย การจดกจกรรมคายวชาการอยางเขมขนแล ะตอเนอง การใหขอมลแกนกเรยนในเรองหลกส ตรอดมศกษาและคณลกษณะของอาชพในสาข 4
2. การแกปญหาอดมศกษาพ. ศ. 25 50 • จำนวน สถาบน รฐ (78) เอกชน(67) วทยาลยชมชน (18) – นกศกษาใหม 2549 รฐ (535, 120) เอกชน(104, 015) – นกศกษาทงหมด 2549 รฐ (1, 845, 633) เอกชน(276, 723) – ผสำเรจการศกษา 2548 รฐ (290, 099) เอกชน(53, 816) – นกศกษาจำแนกตามสาขาหลก : สงคมศาสตรและมนษยศาสตร 74% 5
2. การแกปญหาอดมศกษาพ. ศ. 25 50 • กกอ. จดทำหลกเกณฑการกำกบอยา งตอเนอง รวมทงใชเครองมอเชงนโยบายและ การเงน เพอผลทางปฏบต – ลดเลกหลกสตร ทไมเปนทตองกา รของสงคมและตลาดแรงงาน – ลดเลกคณะและสถาบน ทมปญหาคณภ าพอยางรนแรง – จดกลไก คณะกรรมการตรวจสอบ และศนยสถตอดมศกษา เพอประมวล 6
• ขอพจารณาในการแบงกลมมหาว ทยาลย ทกสถาบนอดมศกษาสามารถเปนเลศไดตาม พนธ กจของตวเอง และไดรบการสนบสนนตาม พนธ กจ • อาจารยคณภาพซงมจำกดในขณะทกำลงผล ตเพม ไดมโอกาสกระจายอยางเหมาะสมกบความถนดและเช ยวชาญ และไดรบการสนบสนนอยางเตมทตาม พนธ ก จของสถาบน การตงเปาจำนวนและสาขาอาจารยและการลงทนใน การผลตอาจารยจงจะมความเปนไปไดและตรงเปา หมายของอดมศกษามากขน สวนเกนของงบประมาณทไดคนมาจงสามารถนำ 7 มาตอบแทนอาจารยคณภาพใหมคณภาพชวตท
ขอพจารณาในการแบงกลมมห าวทยาลย • ทกระดบควรมกลไกรวมกนในการปรบค ณภาพ ทงนเพอใหนกศกษาสามารถตอยอ ด ถายโอน แลกเปลยนกนได • การลงทนในการผลตอาจารยมเปาหมายท ชดเจนขน • การปรบจำนวนของบณฑตในสาขาอนเป นทตองการของสงคมเพอรองรบภาคกา รผลตทำไดงายขน • การตอบสนองตอยทธศาสตรการพฒนาประเ 8
กลไกในการทำใหเกดการแบงกล มมหาวทยาลย • กลไกสมศ. ในการประเมนคณภาพ • • • พฒนาเกณฑ ประเมนทเหมาะสมกบแตละกล มมหาวทยาลย จดสรรงบประมาณตามพนธ กจของแตละกลม มหาวทยาลย กลไก เงนกก ยศ. ตามความตองการของสงคม คณภาพของการศกษาตามกลมมหาวทยาลย และผทสามารถเรยนได กกอ. กำกบเชงนโยบาย ผานกลไก pre-audit และ post-audit หลกเกณฑในการจดสรรทนสรางและพฒนาอ าจารย หลกเกณฑในการสนบสนนทรพยากรการศกษ 9 าอน ๆเชนทนวจย (สรางองคความร
3. ธรรมาภ บาลและการบรหารจดก -บทบาทและความรบผดชอบของสภาสถาบนอดมศ ารอดมศกษา • กำหนด พนธ กจและเป • ทบทวนโครงสราง าประสงค • สรรหาอธการบด • สนบสนนงานของอธก ารบด • ตดตามกำกบการปฏ บตงานของอธการบด • • ประเมนการปฏบตง านของสภาสถาบน • ทมา ยนหยดใหมการจด วฒน ชย • : ศ. เกยรตคณ นพ. เกษม หลกสตร โครงการ บรการสงคม ประกนความพอเพยงข องทรพยากร ประกนการบรหารจด การทด ยดมนในความมอ สระของสถาบน เชอมโยงระหวางสถา บนกบสชมชน 10
ธรรมาภ บาลและการบรหารจดการอ ดมศกษา • จดตง องคกรพฒนาผกำกบนโยบาย และผบรหาร ในลกษณะเดยวกบ Institute of Directors - IOD และสรางกลไกใหผบรหารตงแตนาย กสภามหาวทยาลยไปจนถงผบรหารระด บสงของมหาวทยาลย ตองผานการพฒ นา องคกร ดงกลาวจดการฝกอบรม ใหความร จดเยยมชม สรางเครอขาย เปดเวทแลกเปลยนความคด และสนบสนนการวจยองคกร 11
ธรรมาภ บาลและการบรหารจดการอ • ปรบ โครงสรางการบรหาร ธรรมาภ บาลของม ดมศกษา หาวทยาลย รวมถง – ทมาและ ระบบการ คดเลอกนายกสภามหาวทย าลย – ทมาของ คณะกรรมการสภามหาวทยาลยรวมถ งสดสวนของกรรมการผทรงคณวฒกบก รรมการจากมหาวทยาลย เชน 70: 30 ทงน การเลอกสรรกรรมการผทรงคณว ฒควร พจารณาจากพนธะกจของ สถาบน การมสวนรวมของ stakeholders และนกคดนกปฏบต – ระบบการคดเลอกอธการบดทปลอดการเม องผดปกต 12 และเปดกวางถงผทเหมาะสมนอกมหาวท
ธรรมาภ บาลและการบรหารจดการอ • ทดลอง ระบบการบรหารนโยบายและการจดการมหาว ดมศกษา ทยาลย ใหม ๆ เชน President + Provost, Chancellor +Vice Chancellor ททำงานเตมเวลา โดยคำนงถงภารกจ หลกของสภามหาวทยาลย ประกอบดวย การสรางและรกษาคณภาพหลกสตร บณฑตและสถาบน , การสรางผบรหารรนใหม , การระดมทนและทรพยากรอน ๆ, การกำหนดทศทางการพฒนาเชงยทธศาสตร • กำหนดใหม การประเมนมหาวทยาลยเชง ธรร 13 มาภ บาลอยางครบวงจร
3. ธรรมาภ บาลและการบรหารจดการอ ดมศกษา • ปรบ โครงสรางของคณะกรรมการการอดมศกษาใ หเปนคณะกรรมาธการ (Commission) ท มกรรมาธการ (Commissioners) ทำงานเตมเวลา โดยมสำนกงานคณะกรรมาธการ (สกอ. ปจจบ น)ทมโครงสรางทเออตอการปฏบตภ ารกจของคณะกรรมาธการ ทงน รวมถง การรวมภารกจของกกอ. และกพอ. ในปจจบนใหเปนระบบเดยวกน 14
4. บทบาทของมหาวทยาลยในการพฒน าขดความสามารถในการแขงขนของ ประเทศ • ขาดเปาของ การพฒนามหาวทยาลยจำนวนหน งไปส สากล • อดมศกษาเปนเพยงองคประกอบหนงใน ระ บบวจยแหงชาต อดมศกษาตองผลกดนใหเกดกลไกนใน ประเทศ • มหาวทยาลยและภาคอตสาหกรรม ไมเชอมโ ยง • คณภาพและ ผลงาน ของมหาวทยาลยยงตองปร บปรง 15
บทบาทของมหาวทยาลยในการพฒน าขดความสามารถในการแขงขนของ ประเทศ • ประยกตและปรบใช ระบบการประเมนแล ะจดสรรทรพยากรวจยสำหรบอดมศ กษาตามระบบResearch Assessment Exercise (RAE) ของสหราชอาณาจกร • จดใหมการ ทำงานรวมกน ระหวางมห าวทยาลย กลมมหาวทยาลย ศนยความเปนเลศ ภาคอตสาหกรรม ตางประเทศ และชมชน • ผลกดน ระบบวจยแหงชาต • ออกแบบระบบ ความเชอมโยงระหวางอดม 16
5. การเงน อดมศกษา • ระบบการเงนอดมศกษา ปจจบนยงไม สะทอนคณภาพและการพฒนา • ประเทศสวนใหญมการแบง ภาระทางการเง นอดมศกษาระหวางรฐ ผเรยน เงนบรจาค • การเงนอดมศกษามขอบเขตมากกวาเง นกยมเพอการศกษา หรอ Demandside Financing • การเงนอดมศกษาเปนเครองมอเชง นโยบายทสำคญสำหรบการพฒนาท 17
ขอเสนอบางสวนของการเงนอด มศกษา • รฐพจารณา การจดสรรงบประมาณประจำป (supply-side financing) ใหสอดคลองกบเปาหมายการพฒนาประเท ศ เชน : แผนพฒนาเศรษฐกจและสงคม อยาง เปนรปธรรมมากขน และ : เปนไป ตาม performance-based มากขน • ในขณะท กยศ. เปนการใหผเรยนกยมตามความจำเป 18
ขอเสนอบางสวนของการเงนอดมศ กษา • จดตง “กองทน พฒนาอดมศกษา ”พรอมงบประมา ณทปรบตวไดตามความเปลยนแปลงท มพลวตรและผลกระทบสง (rolling plan for dynamic development) ทเสรมกบภารกจของงบประมาณประจำป เพอ : – พฒนาอาจารย – เชอมโยงอดมศกษากบภาค การผลต ศนยฝกในโรงงาน ศนยบมเพาะอดม ศกษา ในนคมอตสาหกรรม – สนบสนน การจดตงวสาหกจโดยมหาวทยา 19 ลย (spin-off, university-owned enterprises)
ขอเสนอบางสวนของการเงนอด มศกษา • จดตง buffer organization (แบบ Higher Education Financing Commission of England - HEFCE ขององกฤษ ) เพอ จดสรรงบประมาณอดมศกษาตาม พ นธ กจอดมศกษาและการเจรจาดานนโย บายกบรฐบาล • ใชหลกการ Financial Autonomy ในการบรหารการเงนอดมศกษา – สรางความชดเจนการบรหารการเงนโด ยสวนผสมของงบประมาณจากภาครฐ 20
ขอเสนอบางสวนของการเงนอด มศกษา • สราง ความชดเจนใหกบการบรหารการเง นอดมศกษาทงในสวนของมหาวทยาล ยของรฐและ มหาวทยาลยเอกชน กำหนด โครงสรางการเงนอดมศกษา โดยใ ชหลก – Resource Mobilization ขยาย วงเงนงบประมาณทไดจากแหลงต าง ๆ – Resource Allocation จดสรร ใหเหมาะสมตาม พนธ กจของมหาว 21
6. บางประเดนในการพฒนาบคล ากรในอดมศกษา
สถานภาพปจจบนของอดมศกษาไทย ปญหาพนฐาน – ขยายตวรวดเรว ซำซอน แยงชงทรพยากร ขาดคณภาพ – ขาดทศทาง (อต ลกษณ ) การหลอมรวม ไมมพลง – ขาดการเนนดาน คณธรรมและจรยธรรมของคร ตลอดจนleadership, governance, management (LGM) และความเปนคร – บณฑตไมตรงความตองการของผใช ขาดความเชอมโยงกบภาคการผลตและธรกจ สถานการณทเปลยนไป – โครงสรางประชากร – สภาพและพฤตกรรมการเรยนรของ นศ. 23
สถานภาพปจจบนของอดมศกษาไทย ความจำเปนทตองเพมความเชอมโยงร ะหวางอดมศกษาและ การพฒนา เศรษฐกจ และสงคม – บทบาทของอดมศกษาในการพฒนาภาคการผลต และธรกจ – บทบาทของอดมศกษาในการพฒนาสงคมและช มชน 24
ขอมลพนฐานเกยวกบอาจารย นกศกษา และแหลงทนการศกษา สรป จำนวนอาจารยใน ม. กลมตางๆ และ ว. ชมชนใหขอมลคณวฒ (ป. ตร /ป. โท/ป. เอก) และตำแหนงทางวชาการ (ผศ. , รศ. , ศ. ) จำนวนอาจารยประจำของสถาบนอดมศกษาทงหมด ป 2549 ตำกว าป. ตร อาจารย ผชวยศา สตราจารย รองศาสตราจ ารย ศาสตราจารย รวมทงหม ด ป. ตร ป. โท ป. เอก 8 8, 279 25, 139 5, 889 0 665 6, 638 3, 927 0 134 2, 557 3, 331 0 6 72 486 รวมทง หมด 39, 315 (68. 8%) 11, 230 (19. 7%) 6, 022 (10. 5%) 564 (1. 0%) 9, 084 8 34, 406 13, 633 57, 131 (15. 9% (60. 2%) (23. 9%) (100. 0%) 25 (0. 01% )
ขอมลพนฐานเกยวกบอาจารย นกศกษา สรป จำนวนอาจารยใน และแหลงทนการศกษา ม. กลมตางๆ และ ว. ชมชนใหขอมลคณวฒ (ป. ตร /ป. โท/ป. เอก) และตำแหนงทางวชาการ (ผศ. , รศ. , ศ. ) จำนวนอาจารยประจำในสถาบนอดมศกษา ป 2549 จำแนกตามตำแหนงทางวชาการ ม/ส ม. รฐเ ดม มทร. มรภ. ม. อาจารย ผศ. รศ. รวม 6, 560 15, 414 (11. 5% 4, 870 402 27, 246 (27. 0%) (8. 5%) (0. 7%) (47. 7%) ) 1 5, 370 1, 532 215 7, 118 (0. 002 (12. 5%) (9. 4%) (2. 7%) (0. 4%) %) 3 7, 626 2, 160 232 10, 021 )0. 005 )17. 5%) (13. 3%) (3. 8%) (0. 4%) %) 10, 905 978 705 158 12, 746 เอกช (19. 1%) )1. 7%) (1. 2%) (0. 3%) (22. 3%) น 26 หมายเหต %ในวงเลบเปน % ของอาจารยรวมทงหมด 11, 230 6, 022 57, 131
ขอมลพนฐานเกยวกบอาจารย แหลงทนสำหรบผทจะเปนอาจารยระด นกศกษา และแหลงทนการศกษา บอดมศกษา ภายในสกอ. • ทน สกอ. (CRN, เครอขายกล ยทธ ) • ทนศนยความเปนเลศ (7+x) • ทนเรยนดทางวทยาศาสตรและสงคมศาสตร ภายนอก สกอ. • ทนกระทรวงวทยาศาสตร • ทน คปก. • ทน TGIST • ทน พสวท. o ผมความสามารถพเศษ (ชางเผอก ( o โอลมปก • ทน กพ. กลาง ทนเลาเรยนหลวง , ทนมอนบโช , , อนๆ ทน ของสถาบนอดมศกษาฯลฯ • ทนสวนตว • ชาวตางประเทศ 27
ระบบทนการศกษาเพอพฒนาผจะเปนอาจา รย ขอเสนอเกยวกบหลกเกณฑการจดสรรทนข อง สกอ. 1. สาขา ทประเทศไทยมความเขมแขงแลว (ชววทยา เคม เทคโนโลยชวภาพ วศวกรรม เคม วศวกรรมโยธา ฯลฯ( : ให ศกษาภายในประเทศหรอ แบบผสมผสาน ควบคกบเปาหมายการสรางโปรแกรมชนน ำระดบโลกในประเทศ : ให ไปเรยนตางประเทศในกรณทสามารถเข ามหาวทยาลย ชนเยยมของ โลก (เชน ม. 10 อนดบแรกของ US และ ม. 2 อนดบแรกใน UK ฯลฯ) 2. 28
ระบบทนการศกษาเพอพฒนาผจะเปน อาจารย การพฒนามหาวทยาลยกลมใหมและอ ตราอาจารยใหม 11, 000อตรา • เปน โอกาสของการพฒนามหาวทยาลยใหม อยางกาวกระโดด • ตองมยทธศาสตรในการใชอตราใหมใ หเกดประโยชนสงสด • อาจารยทบรรจในอตราใหมควรอยใ นโครงการของยทธศาสตรการพฒนามหาว ทยาลย • ใหความสำคญสงสดตอคณภาพของอ 29
ระบบทนการศกษาเพอพฒนาผจะเป นอาจารย การพฒนาอาจารยมหาวทยาลยเอกชน 1. สราง แรงจงใจใหลงทนพฒนาอาจารย ดวยมาตรการดานภาษ หรอการเงน (เชนชวย สนบสนน 50% ของการลงทน ) 2. ม. เอกชนสามารถรบผสำเรจการศกษา จากศนยความเปนเลศทางวชาการไปเป นอาจารยไดอยแลว (ผสำเรจการศกษาไมมขอผกพ น) 30
7. เครอขายอดมศกษา • มความซำซอน ความไมคมคาในการลงทน การแยงชงตลาดการศกษาและขอจำกดใน ทรพยากรของมหาวทยาลยในระบบอดมศก ษาไทย • ความแตกตาง และชองวางของระดบการพ ฒนาสถาบนอดมศกษา (University Divide) • แมมความรวมมอระหวางมหาวทยาลยก บทองถน แตกระจดกระจาย ไมมพลง • ความเปนเลศของแตสถาบนไมเสรมกนเ พอสรางความเปนเลศของประเทศ • ความเชอมโยงระหวางมหาวทยาลยและอ 31
7. เครอขายอดมศกษา • สนบสนนการทำงานในลกษณะเครอขายซ งนำไปส การควบรวมในมตตาง ๆ (หลกสตร ทรพยากรการเรยนร การลงทนรวม สถาบน ฯลฯ( • สรางแรงจงใจใน การชวยยกระดบ ขดความ สามารถและคณภาพ โดยเฉพาะระหวางองคกรทเขมแขงและอ งคกรใหมหรอออนแอกวา • สนบสนนการทำงานในระบบเครอขายอด มศกษาเพอ พฒนาชมชน เพอใหอดมศกษาเปนกลไกสำคญของร 32
7. เครอขายอดมศกษา • เชอมโยง เครอขายอดมศกษากบ ภาคกา รผลต อตสาหกรรมระดบชาต อตสาหกรรมระดบทองถน การวจยรวม การแบงภารกจทางวชาการแบบเดยวกบห วงโซอปทานของเอกชน การสรางและพฒนาเสนทางอาชพ ”นกวจ ยอาชพ ” รวมกบภาคเอกชน • สนบสนนการทำงานระบบเครอขายเพอ พฒนา คณภาพชวต ของประชาชน สงเสรมคณธรรมจรยธรรมในสงคม จรรโลงเสรภาพและประชาธปไตย 33
8. การพฒนาอดมศกษาในเขตพฒนาพเศษเฉ พาะกจจงหวดชายแดนภาคใต • จำนวนประชากรและวยเรยนคอนขางคงท • สถานศกษาเอกชนมบทบาทสำคญในพนท • ผลโอเนต แสดงวานกเรยนมความออนแอ ดานวชาการ • บณฑตและหลกสตรอดมศกษาดานวท ยาศาสตรมสดสวนตำ เชนเดยว กบ ภาคอน ๆ • อยางไรกตาม มนกศกษาในพนทไปศกษาในสถาบ 34
8. การพฒนาอดมศกษาในเขตพฒนาพเศษเฉ • สรางโอกาสดานการศกษาใหกบเยาวชน พาะกจจงหวดชายแดนภาคใต • พฒนาทกษะทางภาษาโดยเฉพาะบาฮาซามาเ ลเซยและอนโดนเซย พฒนานกศกษา • พฒนาทกษะดานวชาการและวชาชพท ฒนาบคลากรในพนท สรางความเขมแขง ใหสถาบนอดมศกษา พฒนาการศกษาส ภมภาคอาเซยน สอดคลองกบวถชวต • สงเสรมการแลกเปลยนเยาวชนเพอเร • พฒนาครระดบการศกษาขนพนฐาน ยนรพหลกษณพหวฒนธรรม นำโครงการ ครสห • สงเสรมสนตศกษา กจแกปญหาความขาดแ คลนคร • เสรมสรางความรและทกษะอาชพใหก บแรงงานในทองถน • สรางความเขาใจในการเชอมโยงวชาการว • สรางและพฒนาอาจารยทมคณภาพ ชาชพกบศาสนาวฒนธรรม สงเสรมการทำงานในระบบเครอขายอดม • สงเสรมการเรยนรตลอดชวต ศกษาทงในและนอกพนท • ใชประโยชนอยางเหมาะสมจากเทคโนโลยส ารสนเทศและการสอสาร • จดใหมกองทนพฒนาอดมศกษาของพ นทเฉพาะ • พฒนาพนทไปสความรวมมอในภ • เรยนรจากประสบการณการบรหารการศ มภาคของ ASEAN, IMT-GT, JDS กษาพเศษของประเทศอน • สรางโอกาสในการประกอบอาชพ การสงออก และภาคบรการ 35 • สนบสนนวทยาลยชมชนจดหลกสตรร ะยะสนและอนปรญญาเพอผลต
latง pา มตสมพนธของประเดนเชงนโ emอย T ว ยบาย ต นโยบา 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 ยมาตรการอนๆ 0 การศกษาตลอดช วต จรยธรรม ขอมลอดมศก ษา การคมครองผ บรโภค การออกนอกระบบ การพฒนา World Class U. ۩ ۩ ۩ ۩ 36
2550แบงกลมม 2564 ตวอยางเปาหมาย 3 ระยะของแผนระยะยาว 2550สรางความเขมแขงตาม 2564 หาวทยาลย ปรบปรง LGM phase I ปรบปรง 2550พนธ กจ ยกระดบอดมศกษาไท 2564 LGM phase II ปรบปรง LGM pha กยศ. + การเงนนำรอง กยศ. + การเงนขยายผล การเงนอดมฯเตมรปแ สถาบนพฒนาบคลากร นำเขาผเชยวชาญตางประเทศ พฒนาผเชยวชาญไทย RAE I: วางรากฐาน RAE II: รวมมออตสาหกรรม III: แขงขนสาก RAE งบประมาณอดมศกษา งบประมาณอดมศกษ 60, 000 ลาน 6 0, 000+ ลาน 37
ประเดนเชงนโยบาย ภาพอนาคตทจะมผลกระทบตอโลก รอยตอการศกษาระด และอดมศกษา บอน การเปลยนแปลงประชากร การแกปญหาอดม พลงงานและสงแวดลอม ศกษา การจดกลมอดมศก การจางงาน (โครงสรางเศรษฐกจ โลกาภวฒน เทคโนโลย ษา โลกสาร ธรรมาภบาลและการบ สนเทศ( รหาร การกระจายอำนาจการปกครอง การพฒนาขดความ สามารถเพอการแขงข ความรนแรงและการจดการความ น ขดแยง ระบบวจยและนวตกร เยาวชนและบณฑตในอนาคต รม เศรษฐกจพอเพยง การเงนอดมศกษา ระบบการพฒนาบค38 คลากร
กาวตอไป • นำกรอบแผน ทเหนชอบโดย กกอ. เขาสการพจารณาของคณะรฐมนตร • เผยแพรสอดมศกษาซงมความเขาใจพน ฐานอยบางแลว และประชาสมพนธตอสาธารณะ • มหาวทยาลยนำแผนอดมศกษาระยะยาวนไปใ ชเปนแนวทางในการวางแผนระยะยาว แผน 5 ป แผนประจำป • ประเมนแผนยาว ทก 5 ป ในระหวาง นนปรบปรงแผนเปนระยะ • จดระบบฐานขอมลเพอรองรบการตรวจสอบ 39
ขอมลอางอง
ผลการสอบO-Net กพ. 2550 วชา Min 0 Max Mean SD 97. 5 50. 33 15. 23 ภาษาไท ย สงคมศ 5 88. 75 กษา ภาษาอ 9 99 งกฤษ คณตศา 0 100 สตร : สถาบนทดสอบทางการศกษา 2550 ทมา 37. 94 10. 13 32. 37 12. 21 29. 56 14. 32 41
◘THA 42
ความสามารถในการอานของนกเรยนไทยจากโ ครงการPISA+ ปค. ศ. 2000 สดสวนจำนวนนกเรยน จากกลมตวอยาง อาย 15 ป จำนวน 5, 433 คน 26% 0. 5%ระดบ 5สงกวา 625 คะแนน ระดบภาษาไทยทใชงานได 4 553 -625 ระดบ 3 481 -552 36. 6% 74% 27. 0% 10. 4% ระดบ 2 408 -480 ระดบ 1 335 -407 ตำกวาระดบ 1 ตำกวา 335 *ตำกวาระดบ 1 คอ ผทอานได อาจรความหมายตามตวอกษร แตไมอาจเขา 43 หรอประเมนขอความไมได ไมสามารถอานเพอการศกษาเลาเรยนและดำเนนชวต
• ตวแปรเชงนโยบายจากผลการประเม นการอานของไทย การอาน - การใชเวลา - ความหลากหลายของสอ การอานลบลางความเสยเปรยบของนกเรยนฐานะ ยากจนได - อทธพล ของอนเทอรเนตและอเมล - การจดการกบการอาน (Reading Management) หรอกลยทธในการเรยน เมอเทยบ กบ การทองจำ • ไทยใชสดสวน งบประมาณจดการศกษาเทากบกล ม OECD (4. 9%ของGDPในป 2000) – ปจจยอนทไมใช ตวเงนมสำคญเชนก น ปรมาณ เงนยงไมสงถงขนจะเปลยนคณภา พได 44 • ภมหลงของครอบครว
ประมาณการอตราการเขาเรยนใ นระดบอาชวศกษา พ. ศ. 2546 -2568 254 255 256 6 8 3 8 จำนว น )คน( รอยล 553, 526, 456, 357, 302, 215, 391 198 536 472 815 002 45 17. 5 16. 7 14. 6 12. 6 10. 5 7. 82
46
47
48
49
จำนวนสถาบนอดมศกษา สงกด /ประเภท มหาวทยาลยรฐ มหาวทยาลยในกำกบ มหาวทยาลยราช ภฏ มหาวทยาลยเทคโนโลยรา ชมงคล สถาบนเทคโนโลยปทมว น สถาบนอดมศกษาเอกชน วทยาลยชมชน กระทรวงสาธารณสข กรงเทพมหานคร สภากาชาดไทย กระทรวงวฒนธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม สำนกงานตำรวจแหงชา ต กระทรวงเกษตรและสหกรณ จำนวน 22 6 40 9 1 67 18 39 2 1 18 2 17 12 1 50
จำนวนและอตราของผวางงานจำแนกตามระดบการศกษ * อดมศกษารวมปวส ทมา : สำนกงานสถต . 51
ผลการประเมนสถาบนอดมศกษา รอบสองของสมศ. 52
การดำเนนภารกจอดมศกษาภายใตขอจำกดทางทรพยากรและก Category Degrees granted Research / Postgrad U. b, M( thesis, research) Ph. D, Post Doc, B, S &T U. / M (project, Specialized U. / thesis, Comprehensive U. Service area Ph. D Staff S&T vs SS&H National development capital city, major cities 100% 90: 10 Competitiveness Global prime movers capital city, major cities 70% 60: 40 Industrialization Real sector Highly skilled labor force Type of labor force research) Ph. D 4 -Year U. B, m regional provinces 50% 40: 60 Local govt. , Local business Local change agents, K workers Community College Associate degree districts, provinces 10% 20: 80 Sustain. Dev. Local real sector, K workers 53
Source: Shanghai Jiao Tong University 2007 54
55
การพฒนานวตกรรมของประเทศไทยยงอยในชวง เรมตนเทานน “ ประเทศไทยตองการอย ณ จดใดในเวทการแขงขน ? ” Factor-Driven Stage Efficiency-Driven คาแรง , การสงเสรมการลงทน Innovation-Driven ฯ 56 ทมา : WEF Report 2005 -2006/ CMU 3
อนดบความสามารถในการแ ขงขน : โครงสรางพนฐานทางวทย าศาสตร 57
ตวชวดสำคญทสะทอนอนดบ ความสามารถ ในการแขงขนดานโครงสรางพนฐาน ทางวทยาศาสตร 58 ทมา : International Institute for Management Development (2006). World Competitiven
Share of R&D spending by Sectors and Types of R&D Source: National Research Council of Thailand. Type of R&D Share (%) Basic researc h (%) Applied research (%) Experimenta l developmen t (%) Governme nt 22. 54 16. 08 54. 50 29. 42 Higher ed. (Pub. ) 30. 06 35. 35 51. 22 13. 42 Higher ed. (Priv. ) 0. 94 50. 08 40. 00 9. 92 Public enterprise 5. 66 4. 33 26. 31 69. 31 Private enterprise 38. 24 9. 28 37. 70 53. 02 Private non - profit 2. 56 4. 42 92. 51 3. 06 Total 100. 00 18. 63 45. 33 35. 04 Sector of performanc e 59
พฒนาทสมดล /ยงยน งขนได /แข Productivity Innovation เกษตร อตสาหกรรม บรกา ร โครงสรางพนฐานทางปญญา ทมา วฒนธรรม ทนมนษย สถาบน /ชมชนปจจยแวดลอม การมสวนรวม ภาคเอกชน ภาครฐ ประชาชน/ชมชน ทนทรพยากรธรร มชาต /สงแวดล ทนเศรษฐก ทนสง อม จ คม : สพศ. และ CMU 3 การเปลยนผานสเศรษฐกจ ฐานความร ภาคการผลต กรอบแนวคดการพ ฒนา สงคมม ความสขยงยน โครงสรางพนฐาน เศรษฐกจ /สงคมฐานความ ภาพรวม ร 60
การประเมนสถานภาพโครงสรางพนฐานทางปญญาภาพรวมของประเ ทศ แผนแมบท ICT นโยบายการวจยแหงขาต แผนแมบทวทยาศ าสตรและเทคโนโลย โครงสรางพนฐานทางปญญา แผนแมบทราย อตสาหกรรม แผนแมบท การปกครองทองถน แผนยทธศาสตร กระทรวงแรงงาน แผนการปรบโครงส รางภาคอตสาหกร รม/เกษตร/บรการ แผนแมบทการศก ษา แผนพฒนาเศรษฐกจและสงคมแหงชาต มองคกรและนโยบาย /แผนทสนบสนนการพ 61 ฒนาโครงสรางพนฐานทางปญญาภาพรวมของปร
ขอเสนอแนะเชงกลยทธ Privat e มองคกรกลาง ในการขบเคลอน และเชอมโยงระหวางองคกร ในเชญ บรณา การ เพอสรางเอกภาพ โครงสรางระบบสถาบนนวตกรรมของไทยในปจจบน และกลไกในการประสานงานระหวางองคกร Private Companies Professional Associations FTI TDRI Education Institutes TRF Publ ic BOI MTEC/ NECTEC/BIOTECH TISTR NRCT ผกำ หนดทศ ทางนโย บาย ทมา : CMU 3 ผใหเ งนทน NIA ITAP DIP NSTDA ผกอ ความร ผกระ จาย ความร ผนำคว ามรไปใ ชในเชง พาณชย ผปกปอ งองคควา มร 62
Modes of University–Industry Linkages i Source: Schiller (2006) 63
Limitations for University–Industry Linkages at Thai Source: Schiller (2006). 64
Introduction Outline Research Question Theory Benefits/Barriers Linkages Previous Studies R&D Survey Methodology/Results Interviews Methodology/Results Conclusion Outlook Recommendation Fragmented System: Industrial development and university system : “Normal” small Thai firms Very low standard of the industry, little R&D, no high tech companies => low/no demand for cooperation “Many company still do not ask the right questions. The industry does not know what it wants from the universities”. MNC (Foreign Direct Investments): Many of these companies operate in new sectors in which the universities did not have any research tradition. => highly specific demand from Source: Prof. Dr. Javier Revilla Diez et. al, University of Kiel, Germany 2005 65
Yearly Average Number of Publications by Selected Eas 1980– 84 1985– 89 1990– 94 1995– 99 2000– 05 Thailand 394 446 557 926 2, 059 Korea 341 1, 043 2, 756 9, 813 21, 471 Taiwan (China) 642 1, 644 4, 326 8, 608 13, 307 Singapore 253 597 1, 142 2, 501 5, 177 Malaysia 259 298 421 745 1, 221 Philippines 237 207 246 329 474 Indonesia 104 141 198 366 524 China (including Hong Kong) 2, 694 6, 244 10, 365 21, 205 48, 552 Source: Schiller (2006). 66
Thai Publications by Scientific Fields, 1995– 2004 Scientific Field 1995 – 97 (%) 1998– 2001 (%) 2002 – 04 (%) Total Thaila nd's World Share 2002– 04 2003 (%) World (2003) Thailand (2002– 04) 2, 120 Share of Total Number of Publicat ions 0. 30 2. 373 2. 101 Average Impact Factor Agricultur al sciences 9. 6 8. 5 10. 0 213 0. 50 1. 380 1. 060 Medical sciences 54. 9 49. 8 43. 0 912 0. 37 2. 864 2. 793 Engineeri ng sciences 18. 1 21. 0 26. 3 558 0. 33 1. 153 0. 977 Life sciences 27. 2 28. 7 28. 4 602 0. 39 2. 995 2. 190 Natural Sciences 13. 0 Source: 18. 8 13. 8 Schiller (2006). 399 0. 17 2. 154 1. 812 67
Rating of research quality • (5*) Quality that equates to attainable levels of international excellence in more than half of the research activity submitted & attainable levels of national excellence in the remainder • (5) Quality that equates to attainable levels of international excellence in up to half of the research activity submitted & attainable levels of national excellence in virtually all of the remainder • (4) Quality that equates to attainable levels of national excellence in virtually all of the research activity submitted, showing some evidence of international excellence • (3 a) Quality that equates to attainable levels of national excellence in over two-thirds of the research activity submitted, possibly showing evidence of international excellence • (3 b) Quality that equates to attainable levels of 68 national excellence in more than half of the research
Funding Rajamangala Rajabhat Private U. Management Communities Co. Es Industries ใชหลกการนในการพฒนาบคลากรดวย International Cooperation Consortium Members Outreach 69
Cooperation Schemes • Get to Know • Production of new Ph. Ds – From existing RMUT/RBU/PU instructors – Fresh graduates from Co. Es to enter RMUT/RBU/PU • Upgrade existing instructors/Cooperative education for instructors • Short course/Training 70
ระบบวจยแหงชาต Central Government Academics& Research Agencies มหาวทยาลย Dialogue Industries Local Government 71
ระบบวจยแหงชาต National Research Policy Unit วางกรอบยทธศาสตร เจรจานโยบายและงบประมาณกบรฐบาล เชอมโยงอดมศกษากบภาคการผลต เชอมกบ ตปท. แบบG 2 G ตดตามประเมนผลวางแผน ฐานขอมลวจยระดบชาต สราง national dialogue Funding Agency Agencjy องคกรจดสรรทนวจยจำนวนหนง โครงการวจยทมการตดตามประเมนผล University University ทำงานประสานกน โปรงใส เนนคว คมการลงทน และสามารถนำไ หนวยวจยประกอบดวย มหาวทยาลย ศนยเชยวชาญเฉพา ะทางสถาบน วจยเฉพาะทาง Centers of Excellence รบทนวจยโดยการ แขงขน Research Institute 72
ระบบวจยแหงชาต • นอกจากงบประมาณวจยผานการจดสรรในระบบ co mpetitive bidding แลว รฐยงตองจดสรรงบประมาณวจยอกสวนหน งทกปใหกบสถาบนอดมศกษา ซงใชในประเดนตอไปน – วจยใน สาขาทจำเปนตอสงคม โดยไมตองผกกบการเพม ผลผลต ทางเศรษฐ กจ – พฒนา นกวจยรนเยาว นกวจยรนใหม – ทนประเดมสำหรบการวจยเชงพาณชย และนวตกรรมทมความเสยงประเภท Venture Capital 73
System Design : University-Industry L ตวอยางการออกแบบหลกสตร demand led การกำกบตดตามหลกสตร รวมระหวางสถาบนและอตสาหกรรม 1 2 3 4 Industrial context and lifecycle decisions – employer led Occupational standard design: structure, scale, level Assessment strategy – knowledge and application mix Curriculum design - core, options, electives Typically 2 -5 year cycle 8 7 6 Evaluation, review lifecycle and updates Assessment specification – test items, projects & tasks Teaching and learning resources, teacher training 5 Learning delivery requirements – teachers, equip-ment & 74 facilities Source: City & Guilds, “Vocational qualification design model”
Profile of Government Budget for Higher Education : 2005 Student Loans Fund Tuiti on Other Expen ses 75
Age Earning Profile of University Graduate and High School Graduate ผลตอบแทนบคคลทจบอดมศกษาสงกวาการศกษาพนฐา ทคณภาพสงจงใหผเรยนอดมศกษาจงแบกภาระคาใชจา ในสดสวนทสงกวาพนฐาน Income Univer sity High School Years 76
หนาทของ Country B C D E Buffer Bodies ระดบอดมศกษาใน F G H I J Strategic Planning Policy analysis/ problem resolution HEI mission definition Academic program review Budget development/ funding advice/allocation Program administration Monitoring/ Accountability Quality assurance/ standards review Deciding the total number of student admissions 77
มตของความแตกตางในอดมศ กษาไทย ขนาด คณภาพนกเรยนทเขา งบประมาณ ความเกาใหม คณภาพการศกษา เมอง -ชนบท บคลากร คาใชจายตอหนวย ชอเสยง เนนสอน -วจย 78
ขดความสามารถในการแขงข IMD นของแรงงานไทย 2006 – ผลตภาพแรงงานไทยตำกวาญปนเกอบ Overall Rank Labor Market Costs (US$/hr) Labor Productivity Skilled Labor Education Univ edu. (%) India 29 1 0. 6 3. 5 3 59 10 Hong Kong 2 2 5. 5 28. 8 22 24 37 Singapore 3 3 7. 6 26. 6 9 13 49 Malaysia 23 4 2. 3 12. 9 20 30 18 China 19 5 0. 8 5. 4 53 51 - Thailand 32 6 0. 9 7. 0 37 48 18 Taiwan 18 10 6. 2 25. 2 16 19 43 Philippines 49 15 0. 7 5. 5 19 57 17 Japan 17 31 21. 5 32. 4 18 23 52 Indonesia 60 32 0. 3 3. 8 55 61 5 Korea 38 43 10. 9 17. 8 47 42 47 79 Source: IMD (2006)
80
จำนวนประชากรในวยเรยน (ระดบอดมศกษา ป ป ป จงหว 25 25 25 ด 45 46 47 48 49 43, 44, 43, ปตต 42, 32 75 23 95 าน 689 4 4 0 2 30, 31, 32, 30, 66 29 27 81 ยะลา 069 9 1 5 2 51, 52, 50, นราธ 50, 62 26 13 95 วาส 395 9 9 7 7 ทมา : รวบรวมขอมลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 20, 20, http: //www. dopa. go. th/ ) ในเขตพฒนาพเ 81
จำนวนสถานศกษาในพนทจำแนกตามประเภทการจดกา โรงเรยนเอกชน เขตพ นทการ ศกษา เอกชนสอนศา สถาบ สนา นศกษ ตาด สพฐ. เอกชน สอนส สอนเ าปอเนา กา สาม ามญ ฉพาะ ะ ญ /ศาส ศาสน นา า ยะลา 226 12 33 16 82 405 5 3 782 ปตตาน 339 11 57 57 186 602 6 2 1, 260 นราธวา ส 360 20 47 5 49 597 5 2 1, 085 สงขลา 4อ ำเภอ 160 16 28 4 33 133 2 0 376 สตล 176 14 18 1 1 179 3 1 393 รวม 1, 26 73 183 83 351 1, 91 21 8 3, 896 สกอ. รว มม. รฐ สอศ. ม. เอกช น รวม 82
กลมว ชา ผลการสอบ O – NET ปการศกษา คะแนนเตม =1 254 ปตตาน รฐ เอกช รฐ น ยะลา นราธวาส เอกช รฐ น สงขลา เอกช รฐ น สตล เอกช น ภาษาไทย 49. 11 42. 3 50. 8 38. 3 44. 4 38. 3 42. 8 39. 1 48. 2 42. 4 2 6 7 1 7 5 8 6 3 สงคมศ กษา 38. 14 32. 3 38. 2 33. 1 35. 5 33. 6 32. 7 37. 7 35. 2 1 5 1 0 0 5 9 0 0 ภาษาอง กฤษ 32. 31 26. 0 31. 8 26. 8 29. 0 27. 1 26. 8 26. 4 29. 8 26. 7 7 9 7 5 0 0 6 5 3 คณตศา สตร 29. 51 23. 2 29. 1 26. 2 26. 0 24. 1 25. 8 23. 9 27. 6 23. 6 8 8 9 4 2 5 3 2 2 วทยาศา สตร 34. 79 27. 1 33. 9 27. 9 31. 6 28. 7 29. 7 28. 3 33. 1 28. 4 9 9 5 5 8 4 83
จำนวนนกศกษาในสถาบนอดมศกษาในเขตพฒนาพเศษเฉพาะกจจงหวด จำนวน นกศ กษา มนษยศาสตร สงคมศาสตร วทย าศาส วทยาศาสตร ตร เทคโนโลย สขภ าพ รวม ตร รวม รอยละ ทมา โท เอก รวม ตร โ ท เอก รวม ตร ตร โท เอก รวม 11, 2 14 92 0 27 12, 1 61 2, 0 57 8 4 27 2, 16 8 398 13, 6 69 1, 2 57 54 14, 7 27 82. 58 14. 72 2. 70 100. 00 ประกาศนยบตรบณฑตวชาชพครอนปรญญา ปวชและปวส. : สำนกนโยบายและแผนการอดมศกษา 84
หลกสตรและสาขาวชาจำแนกตามกลมสาขาวชาทเปดสอนในสถาบนอ มนษยศา วทยาศาส สตรสง ตรเทคโน คมศาสตร โลย จำนว นสาขา วชา ต เ ร โ โ ร อ ว ท ท ก ม รวม รอยล ะ 1 8 2 2 3 2 1 4 2 3 7 7 3 2 74. 17 21. 85 วทย าศาส ตรส ขภา พ ตร 5 3. 97 รวม ต ร 1 1 3 โ ท เอ ก รว ม 3 4 4 14 8 100. 00 ประกาศนยบตรบณฑตวชาชพคร อนปรญญา ปวช. และ ปวส. ทมา รวม : สำนกนโยบายและแผนการอดมศกษา 56 31 21 4 85
จำนวนนกศกษา ทตงสถา บนอดมศ กษา 5 จงหวดชายแดนภาคใต ทศกษาในภมภาคตาง ๆท จำนวนนกศกษา นราธ วาส ปตต าน รวม 5 จงหวดภา คใต ยะลา สงขลา สตล 2, 672 27, 289 28. 04 กรงเทพฯ รอยล ะ 4, 653 กลาง ตะวนออก , ตก 2, 955 3, 849 13, 16 0 2, 551 1, 978 2, 009 4, 962 1, 078 12, 578 12. 92 3, 405 56, 457 58. 01 ใต 10, 064 เหนอ ตะวนออกเฉ ยงเหนอ ทมา 7, 558 6, 791 28, 63 9 93 76 79 353 72 673 0. 69 48 47 56 151 30 332 0. 34 12, 61 12, 78 47, 26 รวม 17, 409 4 4 5 7, 257 : สำนกนโยบายและแผนการอดมศกษารวบรวมจากกลมสารนเทศ 100. 0 86 97, 329 0 สำนกงานคณะกรรมการการอดมศก
ขอมลจำนวนนกศกษาไทยในประเทศมสลมและตะวนออกก ประเท ศ อยป ต # นศ. สาขาวชาทศกษา ประเทศ # นศ. สาขาวชาทศกษา 49 ศาสนา ภาษาอาหรบ โมร อกโ ก 44 อสลามศกษา คเวต 40 นตศาสตรอสลาม (sharia) อสลามศกษา ภาษาอาหรบ วทยาศาสตร ศกษาศาสตร ครศาสตร ศาสนาระดบมธยม ลเบย 2, 6 เศรษฐศาสตรอสลาม 00 อกษรศาสตรอสลาม (ภาษาอา รบก ) อสลามศกษา ไมไดระบสาขา ซเรย 22 ศาสนา ภาษาอา รบก ตรก 20 เคม ภาษาองกฤษ วทยาศาสตรและศลปะ ฝรงเศส ศกษาศาสตร เทววทยา ระดบมธยมศกษา บงกลาเ ทศ 13 แพทยศาสตรและอกษรศาส ตร มาเลเซ 500 เศรษฐศาสตร บรหารธรกจ ย การธนาคาร อนโด น เซ ย 300 ศาสนา คอมพวเตอร - เศรษฐศาสตร 400 ภาษาและวรรณคด ปากส ถาน 250 ศาสนา มสวนนอยทได โควตา ภายใตโครงการ IT ของรฐบาลปากสถาน ซดาน 220 ไมไดระบ รวม 4, 415 คน แอฟร 110 ศาสนา ทมา กา : สหรฐอา การประชมหารอเกยวกบยทธศาสตรสนบสนนการศกษาของนกศกษาไทยมสล ใต 120 ขอมล ณ วนท 3 ธนวาคม 2549 มในตางประเทศ 11 ไมไดระบ 87
จำนวนผสำเรจการศกษาจากกลมประเทศมสลมในแถบเอเชยและตะวน และการประกอบอาชพ ในพนท 3 จงหวดชายแดนภาคใต จงหวด ผสำเรจการศกษาจา กตางประเทศ ปตตาน ยะลา นราธวาส รวม 123 99 31 253 รบราชการ 2 1 2 5 เปดโรงเรยน /บรหารโรงเ รยน 7 - 1 8 คร 71 94 7 172 รบจาง 8 1 - 9 สวนตว 1 - - 1 บรษทเอกชน 2 - - 2 อหมาม 1 - - 1 ไมระบ 31 3 21 55 จำนวน ประกอบอาชพ 88
สถาบนอดมศกษาในพนท มหาวทยาลยสงขลานครนทรวทยาเขตหาดใหญและปตตาน มหาวทยาลยทกษณ มหาวทยาลยเทคโนโลยราชมงคลศรวชย มหาวทยาลยราช ภฏ สงขลา มหาวทยาลยราช ภฏ ยะลา มหาวทยาลยนราธวาสราชนครนทร มหาวทยาลยหาดใหญ มหาวทยาลยอสลามยะลา วทยาลยพระพทธศาสนานานาชาต ยาลยชมชนปตตาน วทยาลยชมชนยะลา วทยาลยชมชนนราธวาส วทยาลยชมชนสตล วทยาลยชมชนสงขลา 89
ขาวชาอสลามศกษาและทเกยวของของสถาบนอดมศกษาของรฐและเอกชน สถาบน ชอหลกสตร ชอสาขาวชา มหาวทยาลยสงขลานคร นทร ศลปศาสตร บณฑ ต ศกษา ศาสตร บณฑ ต -กฎหมายอสลาม -เศรษฐศาสตรและการจดการใน อสลาม -ภาษาอาหรบ -ภาษามลาย -มาลายศกษา -อสลามศกษา -ครศาสตรอสลาม มหาวทยาลยทกษณ ศลปศาสตร บณฑ ต -ภาษามลาย มหาวทยาลยนราธวาสร าชนครนทร ศลป บณฑต -ภาษาอาหรบ -กฎหมายอสลาม มหาวทยาลยราช ภฏ ยะ ลา ศลปศาสตร บณฑ ต -ภาษามลาย มหาวทยาลยอสลามยะล า ศลปศาสตร บณฑ ต ศลปศา สตรมหาบ ณฑต หมายเหต ทมา หลกสตรเปดสอน ปการศกษา พ. ศ. 2550 – 2551 )อยระหวางการดำเนนกา รของสำนกงานคณะกรรมการ การอดมศกษา ( -ภาษามลายและวชาโทภาษามาล หลกสตรใหม พ. ศ. 2550 าย หลกสตรปรบปรง พ. ศ. -ภาษาอาหรบ 2550 (หลกสตรนานาชาต ( หลกสตรใหม พ. ศ. 2550 90 : สำนกมาตรฐานและประเมนผลอดมศกษา ขอมล ณ 16 กรกฎาคม 2550 -อสลามศกษาและวชาโทอสลา หลกสตรปรบปรง พ. ศ.
latง pา emอย T ว ตวอยางมตสมพนธ ต • การศกษาตลอดชวต เปนกลไกในการ – ยกระดบฝมอแรงงาน – ผสงอาย – ……. 91
aae6b71675f6440dbad0d5f27db57ef0.ppt