Скачать презентацию บทท อปสงค 2 อปทาน อปสงค หนงสอหนา 13 Скачать презентацию บทท อปสงค 2 อปทาน อปสงค หนงสอหนา 13

bfaf4f0aa4a4fb05bf37ba5f5812a594.ppt

  • Количество слайдов: 91

บทท อปสงค 2 อปทาน บทท อปสงค 2 อปทาน

อปสงค หนงสอหนา 13 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความหมายอปสงค demand) ( effective เลขหนา 2/2 อปสงค หนงสอหนา 13 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความหมายอปสงค demand) ( effective เลขหนา 2/2

 เพมเตม การทจะเปน อปสงค (demand)ไดนนจำเปนตองม 1. ความตองการทจะซอ หรอ Willing to buy 2. ความสามารถในการจายเพอซ อ เพมเตม การทจะเปน อปสงค (demand)ไดนนจำเปนตองม 1. ความตองการทจะซอ หรอ Willing to buy 2. ความสามารถในการจายเพอซ อ หรอ Ability to pay

อปสงคสวนบคคลและอปสงคตลาด (Individual Demand Market Demand) อปสงคสวนบคคล (Individual Demand) : ปรมาณสนคาชนดใดชนดหนงของผ บรโภค แตละคน ณ ระดบราคาตางๆ อปสงคสวนบคคลและอปสงคตลาด (Individual Demand Market Demand) อปสงคสวนบคคล (Individual Demand) : ปรมาณสนคาชนดใดชนดหนงของผ บรโภค แตละคน ณ ระดบราคาตางๆ ของสนคานน อปสงคตลาดสำหรบสนคาใดๆ (Market

ราคานม )บาท/ลต ร) ปรมาณซอ (ลตร /สปดาห ก ข ปรมาณซอรวม 25 8 0 8 + ราคานม )บาท/ลต ร) ปรมาณซอ (ลตร /สปดาห ก ข ปรมาณซอรวม 25 8 0 8 + 0 = 8 20 10 4 10 + 4 = 14 15 12 8 12 + 8 = 20 10 16 + 10 = 26 5 20 12 20 + 12 = 32 )

P P P 25 20 15 10 5 Dก 10 16 20 Q DM P P P 25 20 15 10 5 Dก 10 16 20 Q DM Dข 10 10 อปสงคสวนบคคลของ และ ข 20 Q ก 10 20 26 30 อปสงคต ลาด Q

 ปจจยกำหนดอปสงค ปรมาณความตองการในสนคา และบรการจะมากหรอนอยเพยงใ ด นอกจากจะขนอยกบราคาสนค าชนดนนแลว ยงขนอยกบปจจยอนๆ เชน รายไดของผบรโภค ราคาสนคาอนทเกยวของ ปจจยกำหนดอปสงค ปรมาณความตองการในสนคา และบรการจะมากหรอนอยเพยงใ ด นอกจากจะขนอยกบราคาสนค าชนดนนแลว ยงขนอยกบปจจยอนๆ เชน รายไดของผบรโภค ราคาสนคาอนทเกยวของ

อปสงค คอ อปทาน และภาวะดลภาพ /ฟงกชนอปสงค ฟงกชนทแสดงความสม พนธระหวางปรมาณความต องการซอสนคาและบรกา รกบปจจยทกำหนดปรม าณความตองการซอสนคา หรอบรการของผบรโภค หนงสอหนา 15 เลขหนา อปสงค คอ อปทาน และภาวะดลภาพ /ฟงกชนอปสงค ฟงกชนทแสดงความสม พนธระหวางปรมาณความต องการซอสนคาและบรกา รกบปจจยทกำหนดปรม าณความตองการซอสนคา หรอบรการของผบรโภค หนงสอหนา 15 เลขหนา 2/8

ปจจย Px ราคาสนคา I รายไดของผบรโ ภค สนคาปกต สนคาดอยค ณภาพ Py ราคาสนคาอนท Qx ปรมาณความตองการซอส นคาและบรการ ปจจย Px ราคาสนคา I รายไดของผบรโ ภค สนคาปกต สนคาดอยค ณภาพ Py ราคาสนคาอนท Qx ปรมาณความตองการซอส นคาและบรการ (อปสงค ) อปสงคมาก อปสงคนอย

รายไดของผบร โภค • ความสมพนธระหวางความตองการซ อสนคาชนด หนงกบรายไดของผบรโภค สนคาปกต (Normal Goods( สนคาดอยคณภาพ (Inferior Goods ( รายไดของผบร โภค • ความสมพนธระหวางความตองการซ อสนคาชนด หนงกบรายไดของผบรโภค สนคาปกต (Normal Goods( สนคาดอยคณภาพ (Inferior Goods (

สนคาปกต (Normal Goods( อปสงคต อนม รายได นมเปนสนคา ปกต Q นม ราคานมคงท รายได Q นม สนคาปกต (Normal Goods( อปสงคต อนม รายได นมเปนสนคา ปกต Q นม ราคานมคงท รายได Q นม ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคานนเปน เชงบวก สนคาปกต

สนคาดอยคณภาพ (Inferior Goods( อปสงคตอการใชบรการรถเม ล รายได Q รถเมล ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคานนเปน าพ ราคาคาบร การรถเมล คงท สนคาดอยคณภาพ (Inferior Goods( อปสงคตอการใชบรการรถเม ล รายได Q รถเมล ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคานนเปน าพ ราคาคาบร การรถเมล คงท เชงลบ สนคาดอยคณภ

สนคาทใชประกอบกน (Complementary Goods( นมและขนมปงเปนสนค าทใช ประกอบกน ถาราคานมคงท แตราคาขนมปงเพมขน อปสงคต อนม Pขนมปง Q ขนมปง กฏของอปสงค สนคาทใชประกอบกน (Complementary Goods( นมและขนมปงเปนสนค าทใช ประกอบกน ถาราคานมคงท แตราคาขนมปงเพมขน อปสงคต อนม Pขนมปง Q ขนมปง กฏของอปสงค Q นม เปนสนค า ประกอบก

Pขนมปง Q นม ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคา ชนดเปน 2 สนคาประกอบกน เชงลบ Pขนมปง Q นม ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคา ชนดเปน 2 สนคาประกอบกน เชงลบ

สนคาทใชทดแทนกน (Substitution Goods( อปสงคต อนม นมและนำเตาหเปน สนคาทใช ทดแทนกนได ถาราคานมคงท แตราคานำเตาหเพมขน Pเตาห Q Q นม สนคาทใชทดแทนกน (Substitution Goods( อปสงคต อนม นมและนำเตาหเปน สนคาทใช ทดแทนกนได ถาราคานมคงท แตราคานำเตาหเพมขน Pเตาห Q Q นม เตาห กฏของอปสงค เปนสน คา ทดแทนก

Pเตาห Q Q นม เตาห Q Pเตาห Q นม เตาห ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคา ชนดเปน 2 Pเตาห Q Q นม เตาห Q Pเตาห Q นม เตาห ความสมพนธเปนไปใน เมอสนคา ชนดเปน 2 สนคาทดแทนกน เชงบวก

อปสงค อปทาน และภาวะดลภาพ /ฟงกชนอปสงค อยางไรกตามในการศกษาอปส งค จะใหความสำคญเฉพาะความสมพ นธระหวางจำนวนซอสนคาและ บรการกบราคาเทานน ซงสามารถแสดงความสมพนธ ไดดงน หมายความวา หนงสอหนา 15 อปสงค อปทาน และภาวะดลภาพ /ฟงกชนอปสงค อยางไรกตามในการศกษาอปส งค จะใหความสำคญเฉพาะความสมพ นธระหวางจำนวนซอสนคาและ บรการกบราคาเทานน ซงสามารถแสดงความสมพนธ ไดดงน หมายความวา หนงสอหนา 15 เลขหนา 2/9

อปสงค หนงสอหนา 15 อปทาน และภาวะดลภาพ /กฎของอปสงค (law of demand) “ ถาสงอน ๆ อยคงท จำนวนซอสนคาและบรการชน อปสงค หนงสอหนา 15 อปทาน และภาวะดลภาพ /กฎของอปสงค (law of demand) “ ถาสงอน ๆ อยคงท จำนวนซอสนคาและบรการชน ดใดชนดหนงยอมเปลยนแป ลงในทศทางตรงกนขามกบราคา ของสนคาและบรการชนดนนเ สมอ ” คำกลาวนคอ “ กฎอปสงค ” (low of demand) เลขหนา 2/10

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางและเสนอปทาน 23 ตารางอปสงค คอ ตารางตวเลขทแสดงถง ความสมพนธระหวางร าคาสนคากบปรมาณค วามตองการซอสนคา หรอบรการชนดนนๆ เลขหนา อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางและเสนอปทาน 23 ตารางอปสงค คอ ตารางตวเลขทแสดงถง ความสมพนธระหวางร าคาสนคากบปรมาณค วามตองการซอสนคา หรอบรการชนดนนๆ เลขหนา 2/32

อปสงค หนงสอหนา 16 อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางอปสงค ตารางท 1 ตารางอปสงคในการซอส มดของนาย ก. ราคา (บาท/เลม ( อปสงค หนงสอหนา 16 อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางอปสงค ตารางท 1 ตารางอปสงคในการซอส มดของนาย ก. ราคา (บาท/เลม ( 3 6 9 15 จำนวนซอสมดของนาย ก. (เลม /เดอน ( 6 4 2 0 เลขหนา 2/13

อปสงค หนงสอหนา 17 อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางอปสงค เสนอปสงคเฉพาะบคคล (individual demand curve) ซงเปนเสนทลาดลงจาก ซายไปขวา และจากบนลงลาง เสนอปสงคในการซอสม อปสงค หนงสอหนา 17 อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางอปสงค เสนอปสงคเฉพาะบคคล (individual demand curve) ซงเปนเสนทลาดลงจาก ซายไปขวา และจากบนลงลาง เสนอปสงคในการซอสม ดของ นาย ก เสนอปสงคเฉพาะบคคล เลขหนา 2/14

การเปลยนแปลงของอ ปสงค การเปลยนแปลงปรมาณซอ (Change in Qunatity Demand) การเปลยนแปลงของเสนอปสงคหรอก ารยายเสนอปสงค Curve) (Shifts in the Demand การเปลยนแปลงของอ ปสงค การเปลยนแปลงปรมาณซอ (Change in Qunatity Demand) การเปลยนแปลงของเสนอปสงคหรอก ารยายเสนอปสงค Curve) (Shifts in the Demand

การเปลยนแปลงปรมาณซ อ (Change in Qunatity Demand) การเปลยนแปลงของปรมาณซออนเน องมาจาก ปจจยโดยตรงหรอราคาสนคา นน โดยปจจยทมผลโดยออมทงหลายน นสมมตวามคาคงท การเปลยนแปลงปรมาณซ อ (Change in Qunatity Demand) การเปลยนแปลงของปรมาณซออนเน องมาจาก ปจจยโดยตรงหรอราคาสนคา นน โดยปจจยทมผลโดยออมทงหลายน นสมมตวามคาคงท

ณซอ เดม 12 ใหม P = 10 Q = 16 A 15 15 C ณซอ เดม 12 ใหม P = 10 Q = 16 A 15 15 C 10 10 5 P = 15 Q = ใหม B 20 20 P = 20 Q = 10 ใหม P(บาท/ลตร ) 25 10 12 15 10 16 เสนอปสงค ไมเปลยนแ ปลง 20 Q

อการยาย เสนอปสงค (Shifts in the Demand Curve) ปจจยทกำหนดอปสงคโดยออม ใดตวหนง หรอหลายตวเปลยนแปลงไป ทำใหปรมาณซอเปลยนแปลง ในขณะทราคาสนคานนคงเดม ซงจะมผลทำใหเสนอปสงคเดมเล ตว อการยาย เสนอปสงค (Shifts in the Demand Curve) ปจจยทกำหนดอปสงคโดยออม ใดตวหนง หรอหลายตวเปลยนแปลงไป ทำใหปรมาณซอเปลยนแปลง ในขณะทราคาสนคานนคงเดม ซงจะมผลทำใหเสนอปสงคเดมเล ตว

การยายเสนอป สงค อปสงคเพ ม Q อปสงคล ด Q P Q 25 8 12 3 การยายเสนอป สงค อปสงคเพ ม Q อปสงคล ด Q P Q 25 8 12 3 20 10 15 5 15 12 18 8 10 16 20 12 5 20 25 15

P(บาท/ลตร ) 25 อปสงคเพ ม 20 15 15 10 5 0 D 1 5 P(บาท/ลตร ) 25 อปสงคเพ ม 20 15 15 10 5 0 D 1 5 1012 15 18 20 D 2 25 Q

P(บาท/ลตร ) 25 อปสงคลด 20 20 15 10 5 0 D 2 5 5 P(บาท/ลตร ) 25 อปสงคลด 20 20 15 10 5 0 D 2 5 5 10 15 D 1 20 Q (ลตร /สปดาห

อปสงค หนงสอหนา 21 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความแตกตาง เลขหนา 2/24 เสนอปสงค D จะเปลยนไปทางขวามอ เสนอปสงค DD 11 อปสงค หนงสอหนา 21 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความแตกตาง เลขหนา 2/24 เสนอปสงค D จะเปลยนไปทางขวามอ เสนอปสงค DD 11 จะเปลยนไปทางขวามอ เปนเสน D D เมอ เปนเสน s D 1 (Pz ) • P • I • P เมอ • i. D ดขน • ตองการปรมาณซอ • S (ในฤดกาล • T • I • Py • T

อปสงค P หนงสอหนา 21 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความแตกตาง เลขหนา 2/26 เสนอปสงค D จะเปลยนไปทางซายมอ เสนอปสงค DD อปสงค P หนงสอหนา 21 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความแตกตาง เลขหนา 2/26 เสนอปสงค D จะเปลยนไปทางซายมอ เสนอปสงค DD จะเปลยนไปทางซายมอ เปนเสน 2 D D เมอ 2 เปนเสน D 2 เมอ • I s • P (P ) • P c z • ตองการปรมาณซอ • i. D เลวลง • T • S (ในฤดกาล ) • I • Py • T

การเปลยนแปลงของอ ปสงค Px (Change in Demand) I. (บาท) เมอ ราคาของสนคาเปลย นแปลง โดยสงอนๆ คงท Px การเปลยนแปลงของอ ปสงค Px (Change in Demand) I. (บาท) เมอ ราคาของสนคาเปลย นแปลง โดยสงอนๆ คงท Px A B D Qx (หนวย ) (บาท) II. เมอ ปจจยอนๆ เปนการเปลยนแปลงภายในเ P 0 สนเดม เปลยนแปลง D โดยราคาคงท D 1 เสนอปสงค shift Qx 0 Q 1 31 ออกจากเสนเดม (หนวย )

แบบฝกหดบทท 2. 1จงตอบวาขอตอไปนเปนอปสงคหรอไม ก. สมชายสงเสอยดขายทหางเซนทรล ข. สมศรซอคกกเพอเปนของขวญปใหมแกเพ อน. 2ตามกฎอปสงคเมอราคานำอดลมสงขนจาก 7บาท เปน 8 บาท จะเกดอะไรขน แบบฝกหดบทท 2. 1จงตอบวาขอตอไปนเปนอปสงคหรอไม ก. สมชายสงเสอยดขายทหางเซนทรล ข. สมศรซอคกกเพอเปนของขวญปใหมแกเพ อน. 2ตามกฎอปสงคเมอราคานำอดลมสงขนจาก 7บาท เปน 8 บาท จะเกดอะไรขน 3. ถากลองถายรปมราคาสงขน อปสงคของฟลมถายรปจะเปนเชนไร 4. โดยทวไปอปสงคสามารถแบงออกเปนกชนด อะไรบาง 5. การทเสนอปสงคเคลอนยายไปทางขวาทงเส นเกดจากสาเหตใด

1. ขอใดคออปสงค ก. ความตองการ + ราคา ข. ความตองการ + ความจำเปน ค. ความตองการ + ปรมาณ 1. ขอใดคออปสงค ก. ความตองการ + ราคา ข. ความตองการ + ความจำเปน ค. ความตองการ + ปรมาณ ง. ความตองการ + อำนาจซอ 2. สถานการณตอไปน ขอใดกอใหเกดอปสงคตอสนค า ก. สมชายจำเปนตองใชคอมพวเตอร ข. บรษทสำรวจความตองการใชยาสฟ นของประชาชน

3. ถาหากอปสงคในการซอไขไกมมา กขน จะเกดผลอยางไร ก. ราคาไขไกถกลง ข. ราคาลกไกแพงขน ค. ปรมาณไขเปดจะขายไดมากขน ง. ปรมาณอาหารไกจะผลตนอยลง. 4ตามกฎของอปสงคนน เพราะเหตใดผบรโภคจงซอเนอห 3. ถาหากอปสงคในการซอไขไกมมา กขน จะเกดผลอยางไร ก. ราคาไขไกถกลง ข. ราคาลกไกแพงขน ค. ปรมาณไขเปดจะขายไดมากขน ง. ปรมาณอาหารไกจะผลตนอยลง. 4ตามกฎของอปสงคนน เพราะเหตใดผบรโภคจงซอเนอห มเพมขน ก. เพราะราคาเนอหมลดลง ข. เพราะผบรโภคมรายไดลดลง

5. . ขอใดไมใชสาเหตของการเปลยนแปลงข องเสนอปสงค ก. รายไดของผบรโภคเปลยนแปลง ข. ราคาสนคาชนดอนเปลยนแปลง ค. ราคาสนคาชนดนนเปลยนแปลง ง. ผบรโภคมรสนยมเปลยนไป 5. . ขอใดไมใชสาเหตของการเปลยนแปลงข องเสนอปสงค ก. รายไดของผบรโภคเปลยนแปลง ข. ราคาสนคาชนดอนเปลยนแปลง ค. ราคาสนคาชนดนนเปลยนแปลง ง. ผบรโภคมรสนยมเปลยนไป

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /ความหมายของอปทาน 21 เลขหนา 2/27 อปทาน (Supply) อปทาน หมายถง “จำนวนสนคาและบรก ารชนดใดชนดหนงท อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /ความหมายของอปทาน 21 เลขหนา 2/27 อปทาน (Supply) อปทาน หมายถง “จำนวนสนคาและบรก ารชนดใดชนดหนงท ธรกจจะนำออกขายใน ตลาดแหงหนง ณ ระดบราคาตาง ๆ กน

อปสงค หนงสอหนา 23 อปทาน และภาวะดลภาพ /กฎของอปทาน (Low of supply) “ถาสงอน ๆ อยคงท จำนวนขายสนคาและบรการชน ดใดชนดหนงเปลยนแปลงไ อปสงค หนงสอหนา 23 อปทาน และภาวะดลภาพ /กฎของอปทาน (Low of supply) “ถาสงอน ๆ อยคงท จำนวนขายสนคาและบรการชน ดใดชนดหนงเปลยนแปลงไ ปในทศทางเดยวกนกบราคาขอ งสนคาและบรการชนดนนเส มอ” เลขหนา 2/31

อปสงค หนงสอหนา 23 อปทาน และภาวะดลภาพ /ฟงกชนอปทาน (supply function) ปรมาณเสนอขายสนคาและบรการ จะมากหรอนอยเพยงใด นอกจากจะขนอยกบราคาสนค าชนดนนแลว ยงขนอยกบปจจยอนๆ เชน อปสงค หนงสอหนา 23 อปทาน และภาวะดลภาพ /ฟงกชนอปทาน (supply function) ปรมาณเสนอขายสนคาและบรการ จะมากหรอนอยเพยงใด นอกจากจะขนอยกบราคาสนค าชนดนนแลว ยงขนอยกบปจจยอนๆ เชน ตนทนการผลต เทคโนโลย เลขหนา 2/29

อปสงค อปทาน และภาวะดลภาพ /ปจจย หนงสอหนา 22 เลขหนา 2/28 ปจจยกำหนดอปทาน 1) ระดบราคาสนคาในตลาด (price : Px) อปสงค อปทาน และภาวะดลภาพ /ปจจย หนงสอหนา 22 เลขหนา 2/28 ปจจยกำหนดอปทาน 1) ระดบราคาสนคาในตลาด (price : Px) 2) ตนทนการผลต (cost : C) 3) สภาพดนฟาอากาศ (W) 4)

ปจจย Px ราคาสนคา C ตนทนการผลต W สภาพดนฟาอากาศ Py ราคาสนคาอนท เกยวของ T เทคโนโลย Qx ปรมาณขายซอสนคาและ ปจจย Px ราคาสนคา C ตนทนการผลต W สภาพดนฟาอากาศ Py ราคาสนคาอนท เกยวของ T เทคโนโลย Qx ปรมาณขายซอสนคาและ บรการ (อปทาน ) อปทานมาก อปทานนอย

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางและเสนอปทาน 23 ตารางอปทาน คอ ตารางตวเลขทแสดงถง ความสมพนธระหวางร าคากบปรมาณเสนอขายส นคาหรอบรการใดๆ ทผตองการขาย เลขหนา อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /ตารางและเสนอปทาน 23 ตารางอปทาน คอ ตารางตวเลขทแสดงถง ความสมพนธระหวางร าคากบปรมาณเสนอขายส นคาหรอบรการใดๆ ทผตองการขาย เลขหนา 2/32

P(บาท/ลตร ) 25 ราคา (P) 14 15 12 10 10 5 10 16 20 P(บาท/ลตร ) 25 ราคา (P) 14 15 12 10 10 5 10 16 20 15 (Q) 25 20 20 8 เสนอปทาน มคาความชน 5 5 0 ปรมาณ 5 8 10 15 14 ปนบวก 20 Q (ลตร /สปดาห เ

อปทานสวนบคคลและอปทานตลาด (Individual Supply and Market Supply) อปทานสวนบคคล (Individual Supply) : ปรมาณสนคาชนดใดชนดหนงของผ ขายแตละราย ณ ระดบราคาตางๆ อปทานสวนบคคลและอปทานตลาด (Individual Supply and Market Supply) อปทานสวนบคคล (Individual Supply) : ปรมาณสนคาชนดใดชนดหนงของผ ขายแตละราย ณ ระดบราคาตางๆ ของสนคานน อปทานตลาดสำหรบสนคาใดๆ (Market

ราคานม )บาท/ลต ร) ก ข ปรมาณขายรวม 25 16 12 16 + 12 = 28 ราคานม )บาท/ลต ร) ก ข ปรมาณขายรวม 25 16 12 16 + 12 = 28 20 14 10 14 + 10 = 24 15 12 8 12 + 8 = 20 10 10 6 10 + 6 = 16 5 8 4 8 + 4 = 12 ปรมาณขาย (ลตร /สปดาห )

P 25 P P Sก Sข SM 20 15 15 10 12 20 Q P 25 P P Sก Sข SM 20 15 15 10 12 20 Q 10 8 อปทานสวนบคคลของ และ ข Q 20 ก 10 20 20 30 อปทานตล าด Q

การเปลยนแปลงของอ ปทาน การเปลยนแปลงปรมาณขาย (Change in Qunatity Supplied) การเปลยนแปลงของเสนอปทานหรอกา รยายเสนอปทาน (Shifts in the Supply Curve) การเปลยนแปลงของอ ปทาน การเปลยนแปลงปรมาณขาย (Change in Qunatity Supplied) การเปลยนแปลงของเสนอปทานหรอกา รยายเสนอปทาน (Shifts in the Supply Curve)

การเปลยนแปลงปรมาณขาย (Change in Qunatity Supplied) การเปลยนแปลงของปรมาณขายอนเน องมาจากปจจยโดยตรงหรอราคาสนคาน น โดยปจจยทมผลโดยออมทงหลายน นสมมตวามคาคงท การเปลยนแปลงปรมาณขาย (Change in Qunatity Supplied) การเปลยนแปลงของปรมาณขายอนเน องมาจากปจจยโดยตรงหรอราคาสนคาน น โดยปจจยทมผลโดยออมทงหลายน นสมมตวามคาคงท

ณขาย เดม 12 ใหม B 16 ใหม P(บาท/ลต ร) 25 25 P = 25 ณขาย เดม 12 ใหม B 16 ใหม P(บาท/ลต ร) 25 25 P = 25 Q = P= 5 Q= 8 20 A 15 10 C 5 5 0 P = 15 Q = 5 8 10 12 15 16 20 Q เสนอปทานไ มเปลยนแป ลง

การเปลยนแปลงของเสนอปทานหรอ การยาย เสนอปทาน (Shifts in the Supply Curve) ปจจยทกำหนดอปทานโดยออม ดตวหนง หรอหลายตวเปลยนแปลงไป ทำใหปรมาณขายเปลยนแปลง ในขณะทราคาสนคานนคงเดม ซงจะมผลทำใหเสนอปทานเดมเล การเปลยนแปลงของเสนอปทานหรอ การยาย เสนอปทาน (Shifts in the Supply Curve) ปจจยทกำหนดอปทานโดยออม ดตวหนง หรอหลายตวเปลยนแปลงไป ทำใหปรมาณขายเปลยนแปลง ในขณะทราคาสนคานนคงเดม ซงจะมผลทำใหเสนอปทานเดมเล ตวใ

อปทานเพ ม P 25 S 1 S 2 20 15 10 12 15 18 อปทานเพ ม P 25 S 1 S 2 20 15 10 12 15 18 20 Q

อปทานลด P S 2 25 S 1 20 15 10 5 7 10 12 อปทานลด P S 2 25 S 1 20 15 10 5 7 10 12 15 20 Q

อปสงค หนงสอหนา 27 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความแตกตาง 2 การเปลยนแปลง เสนอปทาน SS จะเปลยนไปทางขวามอ อปทาน 1 1 อปสงค หนงสอหนา 27 อปทาน และภาวะดลภาพ /ความแตกตาง 2 การเปลยนแปลง เสนอปทาน SS จะเปลยนไปทางขวามอ อปทาน 1 1 เปนเสน S S เมอ • ตองการยอดขาย • T • C • Py • W (อำนวย ) 2 2 เสนอปทาน SS จะเปลยนไปทางซายมอ เปนเสน S S เมอ • ตองการยอดขาย • T • C • Py • W (ไมอำนวย ) เลขหนา 2/40

การเปลยนแปลงของอปทาน hange in Supply) • ราคาของสนคาเปลย นแปลง สงอนๆ คงท Px S (บาท) • เมอปจจยอนๆ การเปลยนแปลงของอปทาน hange in Supply) • ราคาของสนคาเปลย นแปลง สงอนๆ คงท Px S (บาท) • เมอปจจยอนๆ Qx (หนวย ) 53 (C Px (บาท) เปลย So S 1 Qx (หนวย )

1. ขอใดไมเปนไปตามกฎของอปทาน ก. ราคาและปรมาณขายเปลยนแปลงไปทศ ทางเดยวกน ข. ราคาสนคาสงขน ปรมาณขายลดลง ค. ราคาสนคาลดลง ปรมาณขายลดลง ง. ราคาสนคาสงขน ปรมาณขายเพมขน 1. ขอใดไมเปนไปตามกฎของอปทาน ก. ราคาและปรมาณขายเปลยนแปลงไปทศ ทางเดยวกน ข. ราคาสนคาสงขน ปรมาณขายลดลง ค. ราคาสนคาลดลง ปรมาณขายลดลง ง. ราคาสนคาสงขน ปรมาณขายเพมขน 2. เหตใดเสนอปทานจงเปนเสนทท อดขนจากซายไปขวา

3. ตามกฎของอปทาน ผผลตขายสนคามากเมอใด ก. รายไดผบรโภคสงขน ข. รสนยมในสนคาสงขน ค. ราคาสนคาสงขน ง. ตนทนการผลตเพมขน 4. ขอใดไมใชปจจยกำหนดอปทาน ก. 3. ตามกฎของอปทาน ผผลตขายสนคามากเมอใด ก. รายไดผบรโภคสงขน ข. รสนยมในสนคาสงขน ค. ราคาสนคาสงขน ง. ตนทนการผลตเพมขน 4. ขอใดไมใชปจจยกำหนดอปทาน ก. ตนทนการผลต ข. เทคโนโลย ค. รายไดผบรโภค ง. สภาพดนฟาอากาศ

แบบฝกหดบทท 2. 1จงตอบวาขอตอไปนเปนอปสงคหรอไม ก. สมชายสงเสอยดขายทหางเซนทรล ข. สมศรซอคกกเพอเปนของขวญปใหมแกเพ อน. 2ตามกฎอปสงคเมอราคานำอดลมสงขนจาก 7บาท เปน 8 บาท จะเกดอะไรขน แบบฝกหดบทท 2. 1จงตอบวาขอตอไปนเปนอปสงคหรอไม ก. สมชายสงเสอยดขายทหางเซนทรล ข. สมศรซอคกกเพอเปนของขวญปใหมแกเพ อน. 2ตามกฎอปสงคเมอราคานำอดลมสงขนจาก 7บาท เปน 8 บาท จะเกดอะไรขน 3. ถากลองถายรปมราคาสงขน อปสงคของฟลมถายรปจะเปนเชนไร 4. โดยทวไปอปสงคสามารถแบงออกเปนกชนด อะไรบาง 5. การทเสนอปสงคเคลอนยายไปทางขวาทงเส นเกดจากสาเหตใด

จงตอบคำถามตอไปน 1. 2. 3. 4. ในปทเกดภาวะฝนแลง เสนอปทานของสนคาเกษตรจะม ลกษณะอยางไร ผผลตแตละรายจะผลตสนคา ออกขายมากขนเมอใด ปจจยใดทเปนตวกำหนดท งอปสงคและอปทาน ปจจยใดททำใหปรมาณการเ สนอขายสนคา จงตอบคำถามตอไปน 1. 2. 3. 4. ในปทเกดภาวะฝนแลง เสนอปทานของสนคาเกษตรจะม ลกษณะอยางไร ผผลตแตละรายจะผลตสนคา ออกขายมากขนเมอใด ปจจยใดทเปนตวกำหนดท งอปสงคและอปทาน ปจจยใดททำใหปรมาณการเ สนอขายสนคา X

แบบฝกหดบทท 2 1. ตามกฎอปสงคเมอราคานำอดลมสงขนจาก 7บาท เปน 8 บาท จะเกดอะไรขน 2. จากฟงกชนอปสงค หมายถงอะไร 3. จงยกตวอยางสนคาทใชทดแทนกนได แบบฝกหดบทท 2 1. ตามกฎอปสงคเมอราคานำอดลมสงขนจาก 7บาท เปน 8 บาท จะเกดอะไรขน 2. จากฟงกชนอปสงค หมายถงอะไร 3. จงยกตวอยางสนคาทใชทดแทนกนได 3 ชนด 4. จงยกตวอยางสนคาทใชประกอบกน 3 ชนด 5. ผบรโภคมรายไดมากจะซอสนคาดอยคณภา พมากหรอนอย 6. ถารายไดของผบรโภคลดลง เสนอปสงคจะเปลยนแปลงอยางไร 7. การทเสนอปสงคเคลอนยายไปทางขวาทงเส นเกดจากสาเหตใดบาง 8. ผผลตแตละรายจะผลตสนคาออกขายมากข นเมอใด

การกำหนดขนเปนราคาดลยภ าพ ราคาดลยภาพ (Equilibrium Price) คอระดบราคาททำใหปร มาณเสนอซอและปรมาณเสนอ ขายเทากนพอด โดยปรมาณการซอและปรมา ณเสนอขายทเทากนนน การกำหนดขนเปนราคาดลยภ าพ ราคาดลยภาพ (Equilibrium Price) คอระดบราคาททำใหปร มาณเสนอซอและปรมาณเสนอ ขายเทากนพอด โดยปรมาณการซอและปรมา ณเสนอขายทเทากนนน

ตารางแสดงราคาดลยภาพและปรม าณดลยภาพ ปรมาณซ อ 210 150 100 60 30 10 ราคา ปรมาณขาย 3 4 ตารางแสดงราคาดลยภาพและปรม าณดลยภาพ ปรมาณซ อ 210 150 100 60 30 10 ราคา ปรมาณขาย 3 4 5 6 7 8 10 60 100 130 150 160

ราคานม )บาท/ลตร ) ปรมาณนม (ลตร /สปดาห ) s s d Q - Q สถานะ ราคานม )บาท/ลตร ) ปรมาณนม (ลตร /สปดาห ) s s d Q - Q สถานะ การปรบต วของราคา Qd d Qs 25 8 28 20 Surplus P ลดลง 20 14 24 10 Surplus P ลดลง 20 20 0 10 26 16 5 32 12 15 15 - 10 - 20 สมดล P คงท Shortage P เพมขน

P S S 25 20 15 15 ราคาดลยภา พ จดดลยภ าพ 10 5 0 P S S 25 20 15 15 ราคาดลยภา พ จดดลยภ าพ 10 5 0 D 5 10 20 20 25 ปรมาณดลย 15 30 Q

ราคาดลยภาพ ระดบราคาทปรมาณสนคาและบรกา รท ผบรโภคตองการซอในขณะนนเท ากบจำนวนสนคาและบรการทผ ผลตตองการขายในขณะเดยวกนนนพ อด d (Q = ปรมาณดลยภาพ s) Q ราคาดลยภาพ ระดบราคาทปรมาณสนคาและบรกา รท ผบรโภคตองการซอในขณะนนเท ากบจำนวนสนคาและบรการทผ ผลตตองการขายในขณะเดยวกนนนพ อด d (Q = ปรมาณดลยภาพ s) Q

Supply > Demand = 28 - 8 = 20 อปทานสวนเ กน 25 25 S Supply > Demand = 28 - 8 = 20 อปทานสวนเ กน 25 25 S S P 20 15 15 10 5 0 D 5 8 10 15 20 20 25 30 28 Q

Demand > Supply = 26 - 16 = 10 P S S D 25 Demand > Supply = 26 - 16 = 10 P S S D 25 20 15 15 10 10 อปสงคสวน เกน 5 0 5 10 15 16 20 20 25 26 30 Q

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 30 การเปลยนแปลงภาวะด ลยภาพ โดยปกต ภาวะดลยภาพของตลาดจะดำรงอยไ ดนาน ไมเปลยนแปลงจากเดม ตราบเทาทอปสงคและอปทานย งไมเปลยนแปลง อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 30 การเปลยนแปลงภาวะด ลยภาพ โดยปกต ภาวะดลยภาพของตลาดจะดำรงอยไ ดนาน ไมเปลยนแปลงจากเดม ตราบเทาทอปสงคและอปทานย งไมเปลยนแปลง แตถาปจจยกำหนดอปสงคและ อปทาน ตวใดตวหนงหรอหลายตว เลขหนา 2/44

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 30 1 อปสงคเปลยนแปลง แตอปทานคงท เลขหนา 2/45 อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 30 1 อปสงคเปลยนแปลง แตอปทานคงท เลขหนา 2/45

กรณเกดการยายเสนอปสงคในขณะทเสน อปทานอยคงท 1. 1 กรณอปสงคเพม S 1 P E 2 P 1 E 1 กรณเกดการยายเสนอปสงคในขณะทเสน อปทานอยคงท 1. 1 กรณอปสงคเพม S 1 P E 2 P 1 E 1 D 1 Q 2 Q 3 D 2 Q

กรณเกดการยายเสนอปสงคในขณะทเสน อปทานอยคงท 1. 2 กรณอปสงคลด S 1 P P 1 P 2 E 1 กรณเกดการยายเสนอปสงคในขณะทเสน อปทานอยคงท 1. 2 กรณอปสงคลด S 1 P P 1 P 2 E 1 D 2 Q 3 Q 2 Q 1 D 1 Q

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 30 2 อปทานเปลยนแปลง แตอปสงคคงท D S เลขหนา 2/46 อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 30 2 อปทานเปลยนแปลง แตอปสงคคงท D S เลขหนา 2/46

กรณเกดการยายเสนอปทานในขณะทเสนอ ปสงคอยคงท 2. 1 กรณอปทานเพม S 1 P P 1 P 2 S 2 กรณเกดการยายเสนอปทานในขณะทเสนอ ปสงคอยคงท 2. 1 กรณอปทานเพม S 1 P P 1 P 2 S 2 E 1 E 2 D 1 Q 2 Q 3 Q

กรณเกดการยายเสนอปทานในขณะทเสนอ ปสงคอยคงท 2. 2 กรณอปทานลด S 2 P S 1 E 2 P 2 กรณเกดการยายเสนอปทานในขณะทเสนอ ปสงคอยคงท 2. 2 กรณอปทานลด S 2 P S 1 E 2 P 2 E 1 P 1 D 1 Q 3 Q 2 Q 1 Q

อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 31 3 อปสงคและอปทานเปลยนแปลงไ ปพรอมกนในทศทางเดยวกน เลขหนา 2/47 อปสงค หนงสอหนา อปทาน และภาวะดลภาพ /การเปลยนแปลงภาวะดล 31 3 อปสงคและอปทานเปลยนแปลงไ ปพรอมกนในทศทางเดยวกน เลขหนา 2/47

อปสงคและอปทานเปลยนแป ลงไปพรอมกนในทศทางตรงก นขาม อปสงคและอปทานเปลยนแป ลงไปพรอมกนในทศทางตรงก นขาม

อปสงคเพม อปทานลด P P 2 P 1 = S 2 E 2 S 1 อปสงคเพม อปทานลด P P 2 P 1 = S 2 E 2 S 1 E 1 D 1 Q 2 1 D 2 Q

อปสงคเพม P P 2 P 1 > อปทานลด S 2 E 2 S 1 อปสงคเพม P P 2 P 1 > อปทานลด S 2 E 2 S 1 E 1 D 2 D 1 Q 2 Q

อปสงคเพม อปทานลด P P 2 P 1 < S 2 E 2 S 1 อปสงคเพม อปทานลด P P 2 P 1 < S 2 E 2 S 1 E 1 D 2 D 1 Q 2 Q 1 Q

การเขาแทรกแซงตลาดของรฐบ าล การประกนราคาขนตำ (Price Support or Minimum Price) การกำหนดราคาขนสง (Price Ceiling) การเขาแทรกแซงตลาดของรฐบ าล การประกนราคาขนตำ (Price Support or Minimum Price) การกำหนดราคาขนสง (Price Ceiling)

การประกนราคาข นตำ ระบบราคาทำใหสนคาม ราคาตำ รฐบาลเขามาแทรกแซง ประกนราคาประกนหรอราคาขนตำ ตอง สงกวา ราคาดลยภาพเสมอ มากเก การประกนราคาข นตำ ระบบราคาทำใหสนคาม ราคาตำ รฐบาลเขามาแทรกแซง ประกนราคาประกนหรอราคาขนตำ ตอง สงกวา ราคาดลยภาพเสมอ มากเก

. 1 การประกนราคาขนตำโดยรฐบาลรบซ ออปทาน สวนเกน : การทรฐบาลประกาศราคาประกน และใช กฏหมายบงคบใหผซอทกรายซ อสนคาในราคาประกนนน มฉะนนจะมความผดตามกฏหมาย . 1 การประกนราคาขนตำโดยรฐบาลรบซ ออปทาน สวนเกน : การทรฐบาลประกาศราคาประกน และใช กฏหมายบงคบใหผซอทกรายซ อสนคาในราคาประกนนน มฉะนนจะมความผดตามกฏหมาย

S S P อปทานสวนเก น 30 รฐใชงบประมาณ = 30 x (150 - 50) = S S P อปทานสวนเก น 30 รฐใชงบประมาณ = 30 x (150 - 50) = 3, 000 20 D 0 50 100 150 Q

. 2 การประกนราคาขนตำโดยรฐบ าลจาย เงนอดหนนใหแกเกษตรกร : รฐกำหนดราคาขนตำไว แตจะปลอยใหซอขายกนตามกลไกรา คาปกต . 2 การประกนราคาขนตำโดยรฐบ าลจาย เงนอดหนนใหแกเกษตรกร : รฐกำหนดราคาขนตำไว แตจะปลอยใหซอขายกนตามกลไกรา คาปกต

รฐใชงบประมาณ S S P = (30 - 20) x 100 = 1, 000 30 รฐใชงบประมาณ S S P = (30 - 20) x 100 = 1, 000 30 20 D 0 100 Q

การกำหนดราคาข นสง ระบบราคาทำใหสนคาม ราคาสง มากเกน รฐบาลเขามาแทรกแซง ราคาควบคม ราคาขนสงหรอราคาควบคม ตอง ตำกวา ราคาดลยภาพเสมอ การกำหนดราคาข นสง ระบบราคาทำใหสนคาม ราคาสง มากเกน รฐบาลเขามาแทรกแซง ราคาควบคม ราคาขนสงหรอราคาควบคม ตอง ตำกวา ราคาดลยภาพเสมอ

P )บาท( S S ราคาในตลาดมด 400 300 200 0 Q อปสงคสวน เกน 5 ทมการขายจรง P )บาท( S S ราคาในตลาดมด 400 300 200 0 Q อปสงคสวน เกน 5 ทมการขายจรง 15 D 25 Q )ลานหนว ย(

 . 1ราคาดลยภาพของขาวโพดเทากบเทาใด. 2 ปรมาณดลยภาพของขาวโพดเทากบเทาใ ด. 3จดดลยภาพคอจดใด. 4ถาหากราคาขาวโพดเปน 15 บาท จะเกดอะไรขนในตลาดและรฐบาลควรแกป ญหาอยางไร . 1ราคาดลยภาพของขาวโพดเทากบเทาใด. 2 ปรมาณดลยภาพของขาวโพดเทากบเทาใ ด. 3จดดลยภาพคอจดใด. 4ถาหากราคาขาวโพดเปน 15 บาท จะเกดอะไรขนในตลาดและรฐบาลควรแกป ญหาอยางไร

. 1 ระดบราคาเทาใดทจะทำใหสมลนตลาด 2. ชวงระหวาง ST เกดอะไร 3. ปรมาณใดทผผลตพอใจทจะผลตจำห นายมากทสดโดยไมทำใหสนคาเหลอ 4. ราคาเทาใดทความตองการซอสมจะมมา . 1 ระดบราคาเทาใดทจะทำใหสมลนตลาด 2. ชวงระหวาง ST เกดอะไร 3. ปรมาณใดทผผลตพอใจทจะผลตจำห นายมากทสดโดยไมทำใหสนคาเหลอ 4. ราคาเทาใดทความตองการซอสมจะมมา

ในชวงตรษจนของแตละป Demand และ Supply สำหรบเปด ไก จะเปลยนแปลงไปอยางไร และมผลตอการเปลยนแปลงขอ งราคาอยางไร (วเคราะห อธบายโดยเขยนภาพประกอบ ) ในชวงตรษจนของแตละป Demand และ Supply สำหรบเปด ไก จะเปลยนแปลงไปอยางไร และมผลตอการเปลยนแปลงขอ งราคาอยางไร (วเคราะห อธบายโดยเขยนภาพประกอบ )

ถาอปสงคของสนค าลดลง 10% และอปทานเพมขน 40% ราคาดลยภาพของสนค าจะเปลยนแปลงอยา ถาอปสงคของสนค าลดลง 10% และอปทานเพมขน 40% ราคาดลยภาพของสนค าจะเปลยนแปลงอยา

ถาอปสงคเพมขนและอปทานคงท จะเปนผลใหเกดอะไร 4. ในภาวะหลงสงครามใหมๆ Demand และ Supply สำหรบสนคาประเภทอาหารจะเปลย นแปลงไปอยางไร และมผลตอราคาอยางไร (วเคราะห อธบายโดยเขยนภาพประกอบ ) 5. ถาอปสงคเพมขนและอปทานคงท จะเปนผลใหเกดอะไร 4. ในภาวะหลงสงครามใหมๆ Demand และ Supply สำหรบสนคาประเภทอาหารจะเปลย นแปลงไปอยางไร และมผลตอราคาอยางไร (วเคราะห อธบายโดยเขยนภาพประกอบ ) 5. การกกตนสนคา เกดตลาดมด เปนผลทเกดจากการทรฐดำเนน มาตรการอะไร