Скачать презентацию คดเลกเพอการใหญ ภมคมภย รพ BCM Vaccine ผศ นพ ธระ Скачать презентацию คดเลกเพอการใหญ ภมคมภย รพ BCM Vaccine ผศ นพ ธระ

8a75ba2290e48b0233e62725c3425d44.ppt

  • Количество слайдов: 57

คดเลกเพอการใหญ ภมคมภย รพ. (BCM Vaccine) ผศ. นพ. ธระ กลลดาเรองไกร รองผอำนวยการโรงพยาบาลศรรา ช : คดเลกเพอการใหญ ภมคมภย รพ. (BCM Vaccine) ผศ. นพ. ธระ กลลดาเรองไกร รองผอำนวยการโรงพยาบาลศรรา ช :

ประกอบข นจากสงท ยงไมเก ดขน เกดไดมากก วาหนงคร ง และมาจากหลา ยสาเหต อบตการ ณ (incident) อบตเหต (accident) ประกอบข นจากสงท ยงไมเก ดขน เกดไดมากก วาหนงคร ง และมาจากหลา ยสาเหต อบตการ ณ (incident) อบตเหต (accident) เหตการ ณ (event) เหตการณเ กอบเกดอ บตเหต (near-miss) สถานการณทอาจทำใหเกด หรอสามารถนำไปสการหยดชะงกของธรกจ การปฏบตงาน ความสญเสย ภาวะฉกเฉนหรอสภาวะวกฤต

ภยคกคาม (Threat) หมายถง สถานการณ เหตการณ หรอภาวะทมศกยภาพในการกอใหเกดความสญเสย หรออนตรายตอชวตและทรพยสน ซงอาจเกดจากการกระทำของ พการ มนษย หรอ ภยธรรมชาต อบตเหตรายแรง บาดเจบ ภยคกคาม (Threat) หมายถง สถานการณ เหตการณ หรอภาวะทมศกยภาพในการกอใหเกดความสญเสย หรออนตรายตอชวตและทรพยสน ซงอาจเกดจากการกระทำของ พการ มนษย หรอ ภยธรรมชาต อบตเหตรายแรง บาดเจบ 1 10 30 600 อตราการเกดอบตเ หตของ (Frank E. Bird) เสยชวต (Serious or Major Injury) อบตเหตปานกลาง ปฐมพยาบาล (Minor Injury) ทรพยสนเสยหาย (Property Damage) อบตเหตเลกนอย /เหตการณผดปกต (Near-Miss Incidents)

ทานพร อมรบ มอ กบภย คกคาม เ หลาน รยง ? ทานพร อมรบ มอ กบภย คกคาม เ หลาน รยง ?

ภยคกคามมอะไรบาง • • ทางธรรมชาต (Natural) มนษยสรางขน (Man-made) ธรกจ (Business) เทคโนโลยสารสนเทศ (Information Technology) ภยคกคามมอะไรบาง • • ทางธรรมชาต (Natural) มนษยสรางขน (Man-made) ธรกจ (Business) เทคโนโลยสารสนเทศ (Information Technology)

แลวทานเตรยมพรอมแลวหรอ ยง ? BCM : Business Continuity Management หมายถง แนวทาง/วธการปกปองการใหบรการ หรอการสงมอบผลตภณฑขององคกรทตอ งหยดชะงก จากผลกระทบของภยคกคามตางๆ ใหสามารถดำเนนธรกจตอไปได แลวทานเตรยมพรอมแลวหรอ ยง ? BCM : Business Continuity Management หมายถง แนวทาง/วธการปกปองการใหบรการ หรอการสงมอบผลตภณฑขององคกรทตอ งหยดชะงก จากผลกระทบของภยคกคามตางๆ ใหสามารถดำเนนธรกจตอไปได ในระดบต ำสด ทองคกรยอมรบได และภายในระยะเวลาทกำหนด

ทำไมตอง BCM • เพอ จดการ หรอ บรรเทาความรนแรง จากเหตการณหรอภยพบตตางๆ โดยทราบ § ลำดบความสำคญของ กจกรรมทตองทำกอน คออะ ไร ทำไมตอง BCM • เพอ จดการ หรอ บรรเทาความรนแรง จากเหตการณหรอภยพบตตางๆ โดยทราบ § ลำดบความสำคญของ กจกรรมทตองทำกอน คออะ ไร § การสนบสนนทจำเปน ในการฟนคนสภาพในเวลาทตองการ • เพอใหองคการ สามารถปฏบตงานตอไปได ภายใตทรพยากรทมจำกด • เพอ ลดผลกระทบ ดาน การบรการ การเงน กฎหมาย ชอเสยง และผลกระทบอนๆ ตอองคกร • เพอ เตรยมความพรอม รบสถานการณฉกเฉน ทอาจจะตองตดสนใจในการหยดประกอบกจการเปนการ ชวคราว

เราไดอะไรจาก BCM งานอะไรบาง ทตองสรางความตอเนอง กอบก หรอฟนฟสภาพ เมอไร ทตองเรมงานนน ทไหน ทเราจะไปรวมกนเพอเรมงานนน อยางไร วธการ /ขนตอนการดำเนนการอยางละเอ ยดสำหรบการสรางความตอเนอง เราไดอะไรจาก BCM งานอะไรบาง ทตองสรางความตอเนอง กอบก หรอฟนฟสภาพ เมอไร ทตองเรมงานนน ทไหน ทเราจะไปรวมกนเพอเรมงานนน อยางไร วธการ /ขนตอนการดำเนนการอยางละเอ ยดสำหรบการสรางความตอเนอง การกอบก การฟนคนสภาพ และการกลบสสภาพเดม ใคร จะเปนผดำเนนการ 10

ม BCM แลวเราจะรอด ? BCM ไมใชการดำเนนธรกจในภาวะปกต ไมใชการประกนภย ไมสามารถปองกนความเสยงทจะเก ดขนไดครบถวนทงหมด แตเปนกลยทธ สำหรบความอยรอดขององคกรจากภ ยคกคาม เพอลดผลกระทบและปองกนความเสย หายจากเหตการณตางๆ ม BCM แลวเราจะรอด ? BCM ไมใชการดำเนนธรกจในภาวะปกต ไมใชการประกนภย ไมสามารถปองกนความเสยงทจะเก ดขนไดครบถวนทงหมด แตเปนกลยทธ สำหรบความอยรอดขององคกรจากภ ยคกคาม เพอลดผลกระทบและปองกนความเสย หายจากเหตการณตางๆ ใหไดมากทสด 11

องคกรทไมทำ มกกลาววา BCM คงไมเกดขนกบพวกเรา เราสามารถจดการได เราใหญเกนกวาจะลม เราไมใชเปาหมายของการกอการราย เรามประกนภยจากบรษทประกนภย เราไมมเวลาเตรยมการในสงทยงไมเกด ขน 12 องคกรทไมทำ มกกลาววา BCM คงไมเกดขนกบพวกเรา เราสามารถจดการได เราใหญเกนกวาจะลม เราไมใชเปาหมายของการกอการราย เรามประกนภยจากบรษทประกนภย เราไมมเวลาเตรยมการในสงทยงไมเกด ขน 12

แนวคดของ BCM Recovery ระดบการใหบร การ Continuity ERP + CMP BCP + RCP Emergency Response แนวคดของ BCM Recovery ระดบการใหบร การ Continuity ERP + CMP BCP + RCP Emergency Response Incident 100% MAL B ~30% ลดระยะเวลาของการหยดชะงก A ลดผลกระทบจากเหตการณ กอนมแผน BCP เมอมแผน BCP ERP และ RTO ระยะเวลา MTPo. D ERP และ 13

ขนตอนการจดทำ ผสงมอบ และผรบ จางชวง บรการ /ผ ลตภณ ฑ กจกรรม หลก กจกรรม สนบสน น ทรพยาก ขนตอนการจดทำ ผสงมอบ และผรบ จางชวง บรการ /ผ ลตภณ ฑ กจกรรม หลก กจกรรม สนบสน น ทรพยาก รและสน ทรพย BCM บรบทองค กร (ภายใน( องคกร บรบทองค กร (ภายนอก( วตถประสงคขององคกร บรการ /ผลตภณฑ RTO กจกรร มหลก กจกรรม หลก ลกค า กจกรรม หลก BIA การพงพาและทรพยากรทสนบสนนกจกรรม (PPTISSF) ทรพยากรและสนทรพย MTPo. D ประเมนความเสยง (RA) สงมาก สง ปานกลาง RTO MAL Strategy นอย BCP แผนจดการเห ต MAL BCP แผนบรรเทาเหต 14

BCM Roadmap เขาใจตนเอง จดทำกลยทธ การจดทำแผน • P-คน • P-อาคารสถานท • T-เทคโนโลย • I-ขอมล สารสนเทศ BCM Roadmap เขาใจตนเอง จดทำกลยทธ การจดทำแผน • P-คน • P-อาคารสถานท • T-เทคโนโลย • I-ขอมล สารสนเทศ • S-อปกรณ เครองมอ • S-ผเกยวของ IMP • response • damage limit • damage assessment • communication BCP • resume • restoration • BIA – การวเคราะหผลก ระทบตอการใหบร การ • RA - การประเมนความเส ยง

การประเมนผลกระทบทางธรกจ (BIA) • กำหนด เกณฑ การวเคราะห Business Impact Analysis และเกณฑการประเมนความเสยง • เลอก กจกรรมหลก (Key การประเมนผลกระทบทางธรกจ (BIA) • กำหนด เกณฑ การวเคราะห Business Impact Analysis และเกณฑการประเมนความเสยง • เลอก กจกรรมหลก (Key Service) และกจกรรม สนบสนน • ระบ ระยะเวลาสงสด ท หยดชะงก ได (MTPo. D) • ระบระยะ เวลาเปาหมายในการ ฟนฟ ธรกจ (RTO) และระดบตำสด ของกจกรรม /บรการทตอง ฟ นคนสภาพ (MAL) • ระบ ทรพยากร ทจำเปน PPTISS+F) • ประเมน ความเสยง (Dependencies : (Risk Assessment) 16

ตวอยางเกณฑการประเมนผลกระทบท างธรกจ (BIA) 17 ตวอยางเกณฑการประเมนผลกระทบท างธรกจ (BIA) 17

กจกรรมท 1 ใหแตละกลมจดลำดบความสำค ญ (CBF) ในเอกสารทแจกให กจกรรมท 1 ใหแตละกลมจดลำดบความสำค ญ (CBF) ในเอกสารทแจกให

กจกรรมท 2 ใหแตละกลมกำหนดเกณฑกา รประเมนผลกระทบทางธรกจ (BIA) ในเอกสารทแจกให กจกรรมท 2 ใหแตละกลมกำหนดเกณฑกา รประเมนผลกระทบทางธรกจ (BIA) ในเอกสารทแจกให

การหาคา RTO, RPO และ MTPo. D ระดบการใหบร การ 100% Disruption Step 3 MAL ~30% การหาคา RTO, RPO และ MTPo. D ระดบการใหบร การ 100% Disruption Step 3 MAL ~30% Business Resumption Last Data Backup RPO Step 2 Step 1 ระยะเวลา RTO MTPo. D MAL : Minimum Acceptable Level (ระดบตำสดของสนคา /บรการทยอมรบไดในการฟนคนสภาพ RPO : Recovery Point Objective RTO : Recovery Time Objective ระยะเวลาสงสดทขอมลเกดก ารสญหาย ระยะเวลาเปาหมายในการฟนคนสภาพ ตาม MAL ) MTPo. D : Maximum Tolerable Period of Disruption ชวงเวลาการหยดชะงกทยอมรบไดส งสด MTPo. D สามารถกำหนดไดจาก Ø ระยะเวลาสงสดทตองใชในการฟนคนสภาพ (resumption) ของแตละกจกรรมหลงเกดเหตการณหยดชะงก Ø ระดบสงสดของแตละกจกรรมทตองการใหกลบมาดำเนนการไดตามปกตหลงเกดเหตการณหยดชะงก Ø ชวงเวลาทตองใชในการดำเนนการใหธรกจกลบมาใหบรการไดตามปกต 20

การเลอกกจกรรม RTO และหา MTPo. D, ผลตรถยนต หาวตถดบ สงลกคา ประกอบ 21 การเลอกกจกรรม RTO และหา MTPo. D, ผลตรถยนต หาวตถดบ สงลกคา ประกอบ 21

การกำหนดระดบกจกรรมตำสดท ตองฟนคนสภาพ 22 การกำหนดระดบกจกรรมตำสดท ตองฟนคนสภาพ 22

การประเมนทรพยากรทจำเปน 23 การประเมนทรพยากรทจำเปน 23

ตวอยางเกณฑการประเมนความเส ยง (RA) 24 ตวอยางเกณฑการประเมนความเส ยง (RA) 24

การประเมนความเสยง สมการความเสยงของระบบ โอกาสทจะเก ด )Likely hood) X ผลกระทบ )Impact) BCM ÷ มาตรการทมอย )Mitigation) 2 การประเมนความเสยง สมการความเสยงของระบบ โอกาสทจะเก ด )Likely hood) X ผลกระทบ )Impact) BCM ÷ มาตรการทมอย )Mitigation) 2 = ความเสยงทต องดำเนนการ )Risk Score) 25

Risk Treatment (RT) ยอมรบได หลกเลย ง (Avoid) ปองกน (Prevent) (Accept) ความเส ยง (Risk) ควบคม Risk Treatment (RT) ยอมรบได หลกเลย ง (Avoid) ปองกน (Prevent) (Accept) ความเส ยง (Risk) ควบคม (Control) ยงใหม ได (Retain) ลด (Mitigate)

Risk Treatment (RT) ผลกระทบ ตำ โอกาสเกด ตำ สง สง ยอมรบความเสยง (คะแนน ≤ 0. 5) Risk Treatment (RT) ผลกระทบ ตำ โอกาสเกด ตำ สง สง ยอมรบความเสยง (คะแนน ≤ 0. 5) ไมทำอะไร บรหารความเสยง (คะแนน >0. 5 -1( BCM Overview - 560103 บรหารความเสยง (คะแนน >1 -2) IMP/BCP เปลยน /จำกดขอบเขต /ยกเล กความเสยง (คะแนน >2) IMP/BCP 27

1 5 4 Plan Development (1) 2 BCM 3 BIA RA&RT IMP DRP BCP 1 5 4 Plan Development (1) 2 BCM 3 BIA RA&RT IMP DRP BCP Call Tree B A C SS A B 1 B 2 C 1 C 2 C 3 28

ไฟด บ 29 ไฟด บ 29

30 30

31 31

32 32

33 33

34 34

ผลลพธจาก BCM ของศรราช งานซอมบำรงปรบปรงแหลงจายไฟฟา และระบบงาน 35 ผลลพธจาก BCM ของศรราช งานซอมบำรงปรบปรงแหลงจายไฟฟา และระบบงาน 35

แนวคดหลกของ BCP ความยดหยน Ø ความสามารถขององคกรในการทนตอเหตการณ /อบตการณ การจดการการหยดชะงกทางธรกจ Ø ม ERP (Emergency Response Plan) : แนวคดหลกของ BCP ความยดหยน Ø ความสามารถขององคกรในการทนตอเหตการณ /อบตการณ การจดการการหยดชะงกทางธรกจ Ø ม ERP (Emergency Response Plan) : แผนรบมอสถานการณฉกเฉน เพอจดการเหตการณ /อบตการณ Ø ม CMP (Crisis Management Plan) : แผนจดการภาวะวกฤต เพอจดการกบเหตการณทขยายความรนแรงจนกอให เกดการหยดชะงกของกจกรรม /กระบวนการใหบรการ Ø ม BCP (Business Continuity Plan) : แผนบรหารความตอเนองทางธรกจ เพอใหกจกรรมหรอกระบวนการหลกดำเนนตอไปได การฝกซอม Ø กำหนดวธการฝกซอมในการฟนคนกลบสสภาพเด ม เพอสงมอบผลตภณฑและบรการทสำคญขององคก 36

การวางแผนบรหารความตอเนอง ทางธรกจ 1. 2. 3. กอนเกดเหต องคกรจะตองชแจง ใหความรความเขาใจ จดทำแผน ซกซอม ตรวจประเมน ตดตามผล และเตรยมการปองกน เมอเกดเหตขน การวางแผนบรหารความตอเนอง ทางธรกจ 1. 2. 3. กอนเกดเหต องคกรจะตองชแจง ใหความรความเขาใจ จดทำแผน ซกซอม ตรวจประเมน ตดตามผล และเตรยมการปองกน เมอเกดเหตขน ตองมแผนควบคม จำกดความเสยหาย หรอถาคาดการณวาไมสามารถควบค มได อาจจะตองสงหยดกจการ และประกาศใชแผนบรหารความตอเน องทางธรกจ (BCP) กตองดำเนนงานตามขนตอนตามแผ นทกำหนดไว หลงจากทผานพนชวงวกฤต ตอ 37

Testing & Exercising Contract L 1 -1 Call Tree Activate Contract L 1 -2 Testing & Exercising Contract L 1 -1 Call Tree Activate Contract L 1 -2 Contract L 1 -3 Contract L 2 -1 Contract L 2 -2 Contract L 2 -3 Contract L 2 -4 Contract L 2 -5 Contract L 2 -6 Contract L 2 -7 Contract L 2 -8 Testing & Exercising Contract L 3 -1 Contract L 3 -2 Contract L 3 -3 Contract L 3 -4 Contract L 3 -5 Contract L 4 -1 L 4 -2 (Call Tree Verified) + 22301 SIRIRAJ การทดสอบและประเมนแผน BCP/Call Tree 1. การอบรมและประชาสมพนธเกยวกบ BCP/Call Tree 2. การทดสอบและประเมน BCP/Call Tree 3. มผประเมนทใหความเหนไดอยางอสระ 4. การปรบปรง /ทบทวน BCP/Call Tree ใหสอดคลองกบสถานการณปจจบนทงในระดบห นวยงานและองคกร 5. การจดเกบเอกสารทเกยวของกบการทดสอบ 38

Program Management New Threats BCM process Monitor IMP DRP BCP การบรหารจดการ BCM อยางยงยน (Program Program Management New Threats BCM process Monitor IMP DRP BCP การบรหารจดการ BCM อยางยงยน (Program Management) : ทบทวน IMP/DRP/BCP ทงในระดบหนวยงานและองคกรตามผลการประเมน และเมอมการเปลยนแปลงอยางมนยสำคญ เพอปรบปรง IMP/DRP/BCP ใหเหมาะสมและสอดคลองกบสถานการณปจจบน 39

P-D-C-A Model การจดทำ ผม สวน ไดส วนเส ย Pla n การรกษาและปรบปรง )การแกไขและปรบปรง ขอกำห นดสำหร P-D-C-A Model การจดทำ ผม สวน ไดส วนเส ย Pla n การรกษาและปรบปรง )การแกไขและปรบปรง ขอกำห นดสำหร บความต อเนอ งทางธร กจ ผม สวน ไดส วนเส ย )การวางแผน ( ( Ac t Che ck Do การเฝาระวงและทบทวน การนำไปปฏบตและดำเนนการ การบรห ารธรก จอยางต อเนอ ง 40

หวใจของ BCM 1. เมอเกดวกฤตอะไรตองรอด 2. ตองใชทรพยากรอะไร ? 3. ตองเตรยมการอยางไร ? ? Business Impact Analysis หวใจของ BCM 1. เมอเกดวกฤตอะไรตองรอด 2. ตองใชทรพยากรอะไร ? 3. ตองเตรยมการอยางไร ? ? Business Impact Analysis Continuity Requirement Analysis / RA BCP / IMP 4. มนใจไดอยางไรวาจะรอด ? BCM Exercising

กจกรรมท 1 (เฉลย) ผลการประเมน 0 -20 = รอดปลอดภย 21 -30 = รอด แตเหนอย 31 กจกรรมท 1 (เฉลย) ผลการประเมน 0 -20 = รอดปลอดภย 21 -30 = รอด แตเหนอย 31 -40 = รอด แตเสยบางสวน 41 -50 = ตาย แตเหลอทราก >50 = กลายเปนขยะอวกาศ

กจกรรมท 1 (เฉลย) กจกรรมท 1 (เฉลย)

การฝกซอมแผน 45 การฝกซอมแผน 45

กระบวนการจดการฝกซอมแผน . 5 การตดตามผลการฝกซอม . 1การวางแผนการฝกซอม . 2 การพฒนารปแบบการฝกซ อม . 4การประเมนผลการฝกซอม . 3การจดการฝกซอม กระบวนการจดการฝกซอมแผน . 5 การตดตามผลการฝกซอม . 1การวางแผนการฝกซอม . 2 การพฒนารปแบบการฝกซ อม . 4การประเมนผลการฝกซอม . 3การจดการฝกซอม 4646

การเตรยมการฝกซอมแผน ประเภทของภารกจ ขนตอน ระยะกอนการฝกซอมแผน (Pre-exercise Phase) ระยะหลงการฝกซอมแ ผน (Post-exercise Phase) ระยะการฝกซอมแผน (Exercise Phase) การออกแบบก การเตรยมการฝกซอมแผน ประเภทของภารกจ ขนตอน ระยะกอนการฝกซอมแผน (Pre-exercise Phase) ระยะหลงการฝกซอมแ ผน (Post-exercise Phase) ระยะการฝกซอมแผน (Exercise Phase) การออกแบบก ารฝกซอม (Design) • ทบทวนแผน • ประเมนขดความสามารถ • ประมาณการคาใชจายและค วามเหมาะสม • ขอรบการสนบสนนและกำ หนดทศทางการฝกซอม • ตงคณะทางานออกแบบการฝ กซอม • จดทารางกำหนดการฝกซ อม • ออกแบบการฝกซอม • จดเตรยมวสดอปกรณ สถานท • จดเตรยมอปกรณประกอบ ฉาก และสงสนบสนนการฝกซ อมอน ๆ • การบรรยายสรปใหแก ผเขารวมการฝกซอม • จดการฝกซอม การประเมน ผลการฝกซ อม (Evaluation) • เลอกหวหนาคณะทำงานป ระเมนผลการฝกซอม • กำหนดระเบยบวธในการป ระเมนผล • เลอก และจดตงคณะทำงานประเม นผลการฝกซอม • อบรมผประเมนผลการฝก ซอม • สงเกตการดำเนนการตามว ตถประสงคทกำหนดไว • จดบนทกการปฏบตหน าทของผเขารวมการฝก ซอม และผเกยวของ • ประเมนผลสมฤทธตา มวตถประสงค • รวมประชมสรปผลหล งการฝกซอม • เตรยมทำรายงานการประ เมนผลการฝกซอม • รวมตดตามผลการดำเน นงานตามขอเสนอแนะ 47

การคดเลอกผประเมนผลการฝกซ อม ทกษะ คณสมบต • มความเชยวชาญดานเทคนคการประเมน • มความเฉยบแหลมดานทกษะการบรหารคน ผล • มความมงมนตอเปาหมาย • มทกษะการสอสาร ทงโดยการพดและเขยน การคดเลอกผประเมนผลการฝกซ อม ทกษะ คณสมบต • มความเชยวชาญดานเทคนคการประเมน • มความเฉยบแหลมดานทกษะการบรหารคน ผล • มความมงมนตอเปาหมาย • มทกษะการสอสาร ทงโดยการพดและเขยน • มความสามารถในการจดการ • สรางแรงจงใจใหกบตนเอง • อทศตน • ซอสตย • สามารถวเคราะหเชอมโยงระหวางเหตกา รณและวตถประสงคของการฝกซอมได และทมงาน เสยสละ และไมหวนไหวตอการนาเสนอขอเทจจรง (รายงานขอเทจจรงอยางตรงไปตรงมา • สามารถแกไขปญหาเฉพาะหนาไดอยางรว • มความคนเคยกบแผนเปนอยางด และรกษาขอมลทตองเปนความลบ ดเรว และเหมาะสม ) 48

ขอควรพจารณาสาหรบผประเมนผ ลการฝกซอม • ประจำอย ณ ตำแหนงทกำหนดไวเมอเรมการฝกซอม เพอทจะไดไมเปนทสงเกตหรอดงดดความสนใจได • ไมควรทำการจดบนทกขอสงเกตการฝกซอมในทนท ควรเวนระยะไวประมาณ 2 -3 นาท จนกวาผเขารวมการฝกซอมไมใหความสนใจผประเมน ขอควรพจารณาสาหรบผประเมนผ ลการฝกซอม • ประจำอย ณ ตำแหนงทกำหนดไวเมอเรมการฝกซอม เพอทจะไดไมเปนทสงเกตหรอดงดดความสนใจได • ไมควรทำการจดบนทกขอสงเกตการฝกซอมในทนท ควรเวนระยะไวประมาณ 2 -3 นาท จนกวาผเขารวมการฝกซอมไมใหความสนใจผประเมน ผลและหนไปใหความสนใจกบการฝกซอมและโจทยสถานการ ณสมมต 49

สถานการณจำลอง 50 สถานการณจำลอง 50

แบบประเมนผลการฝกซอม ผสงเกตการณ (1 ( แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สำหรบผสงเกตการณ สถานการณ เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปว 15 นาท หลก : ยนอกประมาณ สถานการณ แบบประเมนผลการฝกซอม ผสงเกตการณ (1 ( แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สำหรบผสงเกตการณ สถานการณ เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปว 15 นาท หลก : ยนอกประมาณ สถานการณ ระบบคอมพวเตอรของอาคารผปวยน ซอน : อกขดของ 1 -3 ชวโมง ชอผ ประเมน : ลำ หนวยงาน หวขอ เวลา ดบ การแจงเหตและประเมนส 1 ถานการณ การรายงานสถานการณตามข 2 นตอน การตดตอสอสารกบผ เกยวของ 3 /การประสานงานระหวางห นวยงาน ความชดเจนครบถวนของเน 4 อหาทสอสาร ความถของการสอสารป 5 ระชาสมพนธ การใหขอมลกบผร 6 บบรการ และการเจรจาตอรอง การจดสรรบคลากร สถานท 7 การตดตงวสด เครองมอ อปกรณ สมรรถนะ/ความพรอมของอ ปกรณ เครองมอ (Tool 8 Kit) ทใชปฏบตสำคญ การปฏบตงานตามขน ตอนตงแตเรมตนจน 9 จบกระบวนการของงานสำค ญ การสำรองและกคนขอ มลสำคญ 10 โดยสามารถกคนขอมล ลาสดตามทกำหนดไว ขอคดเหนเ : พมเตม : วนทก ำหนด : เวลาทก ำหนด : วนทป ระเมน : วธการตอบโตสถานกา รณ 1. 2. 3. ระบชอผประเมน วน /เวลาเกดเหต วน /เวลาประเมน แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สถานการณหล ก: เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปวยนอกประมาณ สถานการณซอ น: ระบบคอมพวเตอรของอาคารผปวยนอกขดของ ชวโมง ชอผประเม น: Form BCP 1 -1 : สำหรบผสงเกตการณ 15 นาท 1 -3 วนทกำหนด : เวลาทกำหนด : วนทประเมน : 51

 แบบประเมนผลการฝกซอม ผสงเกตการณ (2 ( แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สำหรบผสงเกตการณ สถานการณ เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปว 15 นาท หลก : ยนอกประมาณ แบบประเมนผลการฝกซอม ผสงเกตการณ (2 ( แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สำหรบผสงเกตการณ สถานการณ เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปว 15 นาท หลก : ยนอกประมาณ สถานการณ ระบบคอมพวเตอรของอาคารผปวยน ซอน : อกขดของ 1 -3 ชวโมง ชอผ ประเมน : ลำ หนวยงาน หวขอ เวลา ดบ การแจงเหตและประเมนส 1 ถานการณ การรายงานสถานการณตามข 2 นตอน การตดตอสอสารกบผ เกยวของ 3 /การประสานงานระหวางห นวยงาน ความชดเจนครบถวนของเน 4 อหาทสอสาร ความถของการสอสารป 5 ระชาสมพนธ การใหขอมลกบผร 6 บบรการ และการเจรจาตอรอง การจดสรรบคลากร สถานท 7 การตดตงวสด เครองมอ อปกรณ สมรรถนะ/ความพรอมของอ ปกรณ เครองมอ (Tool 8 Kit) ทใชปฏบตสำคญ การปฏบตงานตามขน ตอนตงแตเรมตนจน 9 จบกระบวนการของงานสำค ญ การสำรองและกคนขอ มลสำคญ 10 โดยสามารถกคนขอมล ลาสดตามทกำหนดไว ขอคดเหนเ : พมเตม : วนทก ำหนด : เวลาทก ำหนด : วนทป ระเมน : วธการตอบโตสถานกา รณ เวลา วธการตอบโตสถานการณ 2 การรายงานสถานการณตามขนต อน ระบหน วยงาน 3 การตดตอสอสารกบผเก ยวของ /การประสานงานระหวางหนวยงาน 4 ความชดเจนครบถวนของเนอหา ทสอสาร 5 ความถของการสอสารประชาส มพนธ 6 การใหขอมลกบผรบบรกา ร และการเจรจาตอรอง การจดสรรบคลากร สถานท 7 การตดตงวสด เครองมอ อปกรณ สมรรถนะ/ความพรอมของอปกรณ 8 เครองมอ (Tool Kit) ทใชปฏบตสำคญ การปฏบตงานตามขนตอนต 9 งแตเรมตนจนจบกระบวนการข องงานสำคญ การสำรองและกคนขอมลส ำคญ 10 โดยสามารถกคนขอมลลาส ดตามทกำหนดไว หวขอ การแจงเหตและประเมนสถานการ ณ ลำด บ 1 หนวยงาน – 1. ระบเวลา 2. วการแกไขปญหา แตละหวขอการประเมน 52

 แบบประเมนผลการฝกซอม ผสงเกตการณ (3 ( แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สำหรบผสงเกตการณ สถานการณ เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปว 15 นาท หลก : ยนอกประมาณ แบบประเมนผลการฝกซอม ผสงเกตการณ (3 ( แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ สำหรบผสงเกตการณ สถานการณ เกดเหตไฟฟาดบทอาคารผปว 15 นาท หลก : ยนอกประมาณ สถานการณ ระบบคอมพวเตอรของอาคารผปวยน ซอน : อกขดของ 1 -3 ชวโมง ชอผ ประเมน : ลำ หนวยงาน หวขอ เวลา ดบ การแจงเหตและประเมนส 1 ถานการณ การรายงานสถานการณตามข 2 นตอน การตดตอสอสารกบผ เกยวของ 3 /การประสานงานระหวางห นวยงาน ความชดเจนครบถวนของเน 4 อหาทสอสาร ความถของการสอสารป 5 ระชาสมพนธ การใหขอมลกบผร 6 บบรการ และการเจรจาตอรอง การจดสรรบคลากร สถานท 7 การตดตงวสด เครองมอ อปกรณ สมรรถนะ/ความพรอมของอ ปกรณ เครองมอ (Tool 8 Kit) ทใชปฏบตสำคญ การปฏบตงานตามขน ตอนตงแตเรมตนจน 9 จบกระบวนการของงานสำค ญ การสำรองและกคนขอ มลสำคญ 10 โดยสามารถกคนขอมล ลาสดตามทกำหนดไว ขอคดเหนเ : พมเตม : วนทก ำหนด : เวลาทก ำหนด : วนทป ระเมน : วธการตอบโตสถานกา รณ ขอคดเหนเพมเตม : – ระบขอคดเหน หรอขอเสนอแนะของผ ประเมน 53

 แบบประเมนผลการฝกซอม ผปฏบตงาน แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ – Form BCP 1 -2 : สำหรบผปฏบตงาน ขอคดเหนและขอเสนอแนะของทาน จะใชเปนขอมลประกอบการปรบปรงประสทธภาพในการบรการ และชวยใหการเตรยมการจดการฝกซอมแผนดยงขน แบบประเมนผลการฝกซอม ผปฏบตงาน แบบประเมนการซอมแผนความตอเนองทางธรกจ – Form BCP 1 -2 : สำหรบผปฏบตงาน ขอคดเหนและขอเสนอแนะของทาน จะใชเปนขอมลประกอบการปรบปรงประสทธภาพในการบรการ และชวยใหการเตรยมการจดการฝกซอมแผนดยงขน 1 ทานเหนวาการฝกซอมแผนในภาพรวมอยในระดบใด 1 ไมด 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ดมาก 2 เมอเปรยบเทยบกบการฝกซอมแผนทผานมา (ถาไมม ขามไปขอถดไป ( ทานเหนวาการฝกซอมแผนครงนเปนอยางไร 1 ไมด 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ดมาก 3 การฝกซอมแผนครงนสามารถจำลองบรรยากาศ และสถานการณฉกเฉนไดอยางสมจรงหรอไม o ได o ไมได ถาไมได โปรดระบสาเหต : 54

แบบรายงานผลการทดสอบแผน (1( รายงานการทดสอบแผน : ชอหนวยงาน : ชอตวแทนหนวยงาน วนททดสอบ : ผควบคมการทดสอบ : ผลการทดสอบ ขนตอนท 1 แบบรายงานผลการทดสอบแผน (1( รายงานการทดสอบแผน : ชอหนวยงาน : ชอตวแทนหนวยงาน วนททดสอบ : ผควบคมการทดสอบ : ผลการทดสอบ ขนตอนท 1 - การดำเนนการเมอเกดวกฤตการณ 1. 1 การตรวจสอบเหตวกฤตการณ : /การประเมนผลกระทบ 1. 2 การประเมนความเสยหาย การรบมอหรอการตอบสนองตอวกฤตการณ 1. 3 และการสอสารแกผเกยวของ 55

แบบรายงานผลการทดสอบแผน (2( ขนตอนท 2 - การกอบกวกฤตการณและการดำเนนงานอยางตอเนอง 2. 1 การกอบกวกฤตการณ 2. 2 การดำเนนงานอยางตอเนอง การตดตอประสานงานและแจงขาวแกผเกยวของ 2. แบบรายงานผลการทดสอบแผน (2( ขนตอนท 2 - การกอบกวกฤตการณและการดำเนนงานอยางตอเนอง 2. 1 การกอบกวกฤตการณ 2. 2 การดำเนนงานอยางตอเนอง การตดตอประสานงานและแจงขาวแกผเกยวของ 2. 3 ผใหบรการหลก (Suppliers) (ถาม ) ขนตอนท 3 - การฟนฟหลงเกดวกฤตการณ ผรบบรการ ขนตอนท 4 - การกลบสการดำเนนงานตามปกต 56

แบบรายงานผลการทดสอบแผน (3( การดำเนนการแกไขทจำเปน (ถาม ( ลงชอผตรวจสอบ ลงชอ /ประเมน : BCM Manager : ลงชอหวหนาฝาย ลงวนท แบบรายงานผลการทดสอบแผน (3( การดำเนนการแกไขทจำเปน (ถาม ( ลงชอผตรวจสอบ ลงชอ /ประเมน : BCM Manager : ลงชอหวหนาฝาย ลงวนท : /งาน: 57